ไปอ่านเจอแทคนี้จากในบล๊อกของคุณZieghar อ่านแล้วรู้สึกว่า ดีเนาะ

ถ้าเกิดตอนที่เลือกคณะตอนนู้นได้อ่านอะไรแบบนี้ ชีวิตอาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้(หมายฟายว่าไง?)

ไม่รู้จะมีคนอ่านป่าวนะ แต่เผื่อมีน้องๆหนูๆคนไหนอยากเข้าคณะนี้แล้วโผล่เข้ามาอ่าน จะได้รู้ว่าธาตุแท้ของการเรียนทันตแพทย์น่ะมันเป็นยังไง

 

- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

คณะทันตแพทยศาสตร์ (ส่วนสถาบัน อย่าให้บอกเลยดีกว่า เดี๋ยวจะเสื่อมเสียเปล่าๆ ก๊ากก!) ไม่มีสาขา เพราะว่าสาขาจะเลือกหลังจากที่เรียนจบไปแล้ว ต้องมาสอบเรียนต่ออีกที

โดยทั่วๆไปก็จะมีสาขาอยู่ประมาณนี้

-Operative dentistry เรียนอุดฟันโดยเฉพาะระดับเทพ เพราะบางทีเคสยากๆหมอฟันที่ไม่ชำนาญทำเองอาจจะทำไม่ได้หรือทำออกมาไม่ดี 

-Endodontic dentistry เรียนรักษาคลองรากฟัน ส่วนมากที่จบทันตแพทย์ทั่วไปก็จะรักษาได้ในฟันรากเดียว(พวกฟันหน้ากับฟันกรามน้อย) ส่วนฟันกรามก็อาจจะทำได้บ้างเป็นบางสถาบัน(บางที่ก็อาจจะไม่ได้ให้นศ.ลองทำในคนไข้จริง แต่สอนแค่ทฤษฏี)

-Prosthetic dentistry เรียนเกี่ยวกับการใส่ฟันเทียมทั้งหลายแหล่ด้วยทักษะระดับเทพ บางเคสยากๆก้ต้องส่งให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเค้าทำไปนะ คนเรามันจะเก่งทุกอย่างไม่ได้หรอก

-Periodontis dentistry(เขียนถูกป่าวหว่า) ภาคนี้จะเป็นเกี่ยวกับเหงือกทั้งหมดทั้งมวล ขูดหินปู เกลารากฟันรักษาดรคปริทันต์ระดับเทพ บางเคสที่รุนแรงมากๆก็ต้องส่งเค้า

-Maxillofacial อันนี้จบเป็นทันตแพทย์ธรรมดาทำไม่ได้นะคะ เป็นพวกใส่ตาเทียม ใบหูเทียม จมูกเทียม อะไรแบบนี้ ฟังดูไม่ค่อยเกี่ยวกับฟันเนาะ แต่จัดเป้นอีกงานนึงของทันตแพทย์หล่ะ

-surgery ก็ศัลยศาสตร์อ้ะค่ะ ตั้งแต่ถอนฟัน ผ่าฟันคุดเคสยากๆ ตัดปุ่มกระดูก(torus) ผ่าcyst(ซีส) เนื้องอกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับใบหน้าและขากรรไกร

-occlusion เกี่ยวกับการสบฟันอ้ะ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านความผิดปกติของข้อต่อและขากรรไกร(TMD) เช่นคนไข้อ้าปากแล้วมีเสียงคลิก หรือว่านอนกัดฟัน อะไรแบบนี้ 

-Orthodoctics หมอจัดฟันค่ะ เรียนจบ6ปีไม่สามารถจัดฟันแบบติดแน่นได้นะคะ ต้องมาเรียนต่อ

-ภาคเด็ก เกี่ยวกับเด็กอ้ะค่ะ ภาคนี้ต้องออกแนวนางงามนิดนึง 

-ทันตกรรมโรงพยาบาล อันนี้ไม่ทราบรายละเอียดเหมือนกัน

-ทันตกรรมชุมชน

น่าจะหมดแล้วมั้งคะ แต่ก้อาจจะมีบางสถาบันที่เปิดสาขาใหม่ๆสอน แต่โดยทั่วๆไปก็น่าจะมีประมาณนี้

- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?

เรียน6ปี ย้ำนะคะว่า ทันตแพทย์เรียน6ปี ชอบมีคนถามบ่อยๆว่าเรียน4ปีรึเปล่า? 5ปีรึเปล่า? 6ปีค่ะ 6ปี

3ปีแรกก็จะเน้นวิชา preclinic เรียนแทบไม่แตกต่างจากหมอเลยค่ะ มหาลัยที่เราเรียนปี1นี่คือบางวิชาก็เรียนกับหมอเลยจริงๆค่ะ(อาจจะไม่ได้เรียนในห้องเดียวกันแต่ข้อสอบชุดเดียวกันค่ะ)

อย่างปี1 เทอม1 ก็เหมือนเอาวิชาตอนม.ปลายมาทบทวนปรับพื้นฐาน+ลงลึกกว่าที่เคยเรียนบ้างเล็กน้อย(จริงๆก็ไม่นิด)ข้อสอบก็จะโหดว่าตอนม.ปลาย บางวิชาเป็นเขียนเช่นฟิสิกส์ อ้อ...มีสแตทด้วยนะ วิชาที่เรียนแล้วมึนมากๆ

แต่พอเทอม2ก็จะมีวิชาหน้าใหม่ที่โผล่เข้ามา เช่นorganicchemistry วิชานี้ยากบรรลัยจริงๆค่ะ แล้วก็มีพวกแคสคูลัสระดับเมพขิงๆ ODE อะไรพวกนี้ ประกอบกับมีแลปด้วย คือทุกแลปที่อ.อุ๊เคยพูดถึงไว้ ได้ทำหมดเลยค่ะ เจอกรดเจอด่างกันจริงๆ ไตเตรทกันจริงๆ ชีวะก็จะได้ส่องกล้องดูเหงือกปลาทอง ไรงี้อ้ะ มันส์ดี

นอกจากวิชาวิทย์ๆแล้วก็จะมีวิชาศิลป์มากๆ เช่น วิชาดนตรี(ไม่ใช่สอนเล่นดนตรีนะ แต่เป็นวิจารณ์ดนตรีไรเถือกๆนั้น) พละ(เปตอง เทนนิส ลีลาศ) เห้นว่าตอนนี้มีเรียนภาษาไทยด้วย! สังคม จิตวิทยา อะไรก็ว่าไปค่ะ

พอปี2 ก็ได้เข้ามาที่คณะ คือต่างคนต่างแยกแล้วค่ะ หมอก็ไปส่วนหมอ เภสัชก็ไปคณะเค้า เราก็มาคณะเรา แต่เนื้อหาก็ยังคงคล้ายๆกันอยู่ค่ะ ก็จะเรียน

-Gross anatomy(กายวิภาคศาสตร์)ได้ผ่าอาจารย์ใหญ่ค่ะ บางคนคิดว่าจะเรียนทันตะเพราะไม่อยากผ่าอาจารย์ใหญ่ขอบอกว่าคุณหนีไม่พ้น แล้วมันก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนอย่างที่คิดจริงๆนะคะ เท่าที่ได้คุยกับเพื่อนที่เรียนหมอดูก็เห็นจะแตกต่างกันตรงที่เราจะเน้นเรื่องHead&neck มากๆค่ะ คืออย่างหมอเค้าเรียนกันบล๊อกเดียว(2สัปดาห์)แล้วก็ผ่านไป แต่เราอุทิศทั้งเทอมให้มันเลยค่ะ ละเอียดมากๆ ต้องหาเส้นประสาททุกเส้นทุกแขนงและต้องจำมันให้ได้ด้วยค่ะ

-Microanatomy(จุลกายวิภาคศาสตร์)อันนี้ส่องกล้องดูส่วนประกอบของเซลล์เลยค่ะ ว่าอวัยวะนี้หน้าตาเป็นยังไง เพราะต้องเอาวิชานี้เป็นพื้นฐานของการไปเรียนต่อวิชา พยาธิวิทยา(Pathology)ที่จเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทั้งหมดค่ะ

-Microbiology เรียนเกี่ยวกับเชื้อโรคทั้งหลายทั้งแหล่ที่เรามองไม่เห็น เรียนว่าเชื้อแบครูปร่างยังไง แยกชนิด แล้วต้องรู้ว่าก่อโรคอะไรยังไง แลปของวิชานี้จะสนุกมากเลยค่ะ ได้streak plate คือเอาเชื้อมาเพาะบนอาหารเลี้ยงเชื้ออะค่ะ จะได้ลองswabเชื้อจากปากเพื่อนแล้วมาเพาะดู ทำเทสนั้นเทสนี้ ชิวๆค่ะ สนุกดี แต่เนื้อหาเยอะมาก

-Oral histology วิชานี้จะว่าด้วยวิวัฒนาการของฟันตั้งแต่ฟันยังไม่ขึ้นจนถึงฟันที่ขึ้นแล้วเลยค่ะ ดูเซลล์นั้นเซลล์นี้ ฟันเกิดมากจากเซลล์อะไร หน้าตาเป็นยังไง เหงือกส่องกล้องแล้วเป็นยังไง วิชานี้คณะอื่นคงไม่มีเรียน

-Pathology วิชานี้กว้างมากๆ เพราะจะต้องเรียนตั้งแต่ความผิดปกติทั้งหมดของร่างกาย และความผิดปกติของฟันในคนไข้เหล่านั้นค่ะ คือเรียนเยอะกว่าหมอมาอีกสเตปนึง แต่ส่วนมากก็จะเน้นเรื่องเกี่ยวกับภายในช่องปากมากกว่า เช่นมะเร็งในช่องปาก อะไรแบบนี้น่ะค่ะ เพราะว่าส่วนมากทันตแพทย์จะเป็นคนเจอ วิชานี้ต้องส่องกล้องค่ะ เพื่อเป็นการคอนเฟิร์มว่าคนไข้เป็นโรคอะไรกันแน่ 

-biochemistry อีกวิชาแห่งความยาก ยากมากๆค่ะ ต้องอาศัยความเข้าใจของเคมีและการท่องจำของชีวะ นรกจริงๆค่ะ วิชานี้ผ่านมาได้ถือว่าบุญมากๆแล้ว อ้อ มีแลปด้วยนะคะ บางแลปทดสองเอนไซม์ก้ต้องบ้วนน้ำลายออกมาทดลองกันเลยอ่ะค่ะ(ในน้ำลายมีเอนไซม์ชื่ออะไมเลส) *ต่างจากหมอที่ว่าเรามีเรียนวิชาเกี่ยวกับฟลูออไรด์แล้วก็น้ำลายโดยเฉพาะด้วยค่ะ(หรือว่าหมอก็เรียน)*

-Dental material อันนี้หมอไม่มีเรียนแน่ๆค่ะ วิชานี้เน้นเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ทางทันตกรรม ไม่ว่าจะอมัลกั้ม ลวด วัสดุพิมพ์ปาก เป็นการประยุกต์ที่น่าทึ่งมากๆ เพราะมันต้องจำเย้่อะะะมากกกก ข้อสอบก็ยาก

นอกจากนี้ก็จะมีวิชาพวก embryologyวิชานี้มีในหลักสูตรใหม่ เราก็ไม่ไ่ด้เรียนค่ะ วิชา...จำไม่ได้แล้ว 

วิชาที่เกี่ยวกับฟันวิชาแรกที่เีรียนก้คือวิชา

-Dental anatomyค่ะ ก็จะเรียนลักษณะกายวิภาคของฟัน ว่าฟันแต่ละซี่หน้าตาเป็นยังไง แล้วเราก้ต้องแยกฟันให้ได้ด้วย แบบหยิบฟันซึ่งนึงต้องบอกได้เลยว่าเป้นฟันซี่ไหนquadrantไหน  แลปของวิชานี้ก็จะเป็นการcarve wax หรือแกะแต่งขี้ผึ้ง ให้จากก้อนอะไรก็ไม่รู้ออกมาเป็นฟันที่มีส่วนประกอบทุกอย่างถูกต้องตามที่เรียนมา

ปี3 ก็จะเรียนคล้ายๆปี2 แต่จะมีวิชาเพิ่มความเหวี่ยงขึ้นมาก็คือ 

-Neuroanatomy เรียนทุกส่วนของสมอง ทั้งgrossและhisto(คือทั้งตาเปล่าและส่องกล้อง) เรียนเกี่ยวกับการรับรู้อันนี้ๆเกิดจากอะไร ผ่านส่วนไหนของสมอง...ปวดตับมากๆ

-Neurology เป็นเชิงคลีนิคของวิชาข้างบน อันนี้จะมาเป้นโรคๆแล้วมากกว่า (งงมะว่าทำไมเรียนทันตะต้องเรียงไรพวกนี้ด้วย)

-Physiology อันนี้ก็เป็นขั้นกว่าของbiochem ...หึหึ ฟิสิกส์อย่างเดียวก็แย่ มารวมกับชีวะอีก เป็นวิชาที่ต้องอาศัยความเข้าใจ+ท่องจำมากๆ คือมันไม่ได้เรียนลอยๆเหมือนชีวะแล้ว แต่จะเรียนระบบต่างๆภาคในร่างกายเรา เซลล์นี้หลั่งสารนี้สูตรเคมีเป็นไง อะไรบลาๆ

เห้นว่าหลักสูตรใหม่รวมอีก3วิชานี้ลงไปเรียนตอนปี2ด้วย....เหอะๆๆ โชคดีนะน้องๆ

จะเห็นว่าปี1+2ถึง3เนี่ยะ เน้นเลคเชอร์มากๆ นั่งเรียนตั้งกับ8โมงยัน4โมงเย็น(มีพักกลางวันนะ) ตรูดเมื่อยเลยค่ะ แล้วก็จะมีสอบเกือบทุกอาทิตย์ สลับวิชากันไป ไฟนอลก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีนะ จำได้ว่าตอนปี3สอบไฟนอลติดกัน3อาทิตย์ แทบเดี้ยง

แต่ปี3ก้ใช่ว่าจะมีแต่Preclinicอย่างเดียว จะมีพวกวิชาคลีนิคลงมาเรียนแล้วบ้าง เช่น

-Operative ว่าง่ายๆก็วิชาอุดฟันนั่นเองก็เริ่มจากเรียนเลคเชอร์ว่า ลักษะของฟันผุเป็นไง ต้องกรอฟันยังไง มีหลักอะไรว่าไป แล้วก็จะได้ลงแลป ฝึกกรอฟันอุดฟัน เริ่มจากฟันพลาสติก มาจนถึงฟันจริงในโมเดล

-ergonomics เป็นวิชาว่าด้วยการนั่งทำงานยังไงไม่ให้เมื่อย แล้วก็จับเครื่องมือยังไง

-prosthetic อันนี้ก็เรียนเกี่ยวกับการใส่ครอบฟันพลาสติก ต้องกรอฟันยังไง แล้วในแลปก็จะฝึกกรอฟันเพื่อสำหรับใส่ครอบฟันในฟันพลาสติก วัสดุต่างกันก็ต้องกรอต่างกันนะ

-Orthodontic อันนี้มึนมาก สอนตัดแต่งแคสหินปูนให้ทุกด้านสมมาตร แล้วก็สอนดัดลวดที่จะได้มาใช้ต่อตอนปี4ในงานทำฟันเทียมบางส่วนถอดได้ฐานอะครีลิค แล้วก็จะได้ลงคลีนิคฝึกพิมพ์ปากจริงๆ(กับเพื่อนตัวเองนั่นแหละ)

-occlusion อันนั้นเป็นภาคadvanceของdental anatomy เพราะนอกจากจะต้องได้รูปร่างของฟันที่ถูกต้องแล้ว คุณยังต้องแกะแต่งขี้ผึ้งให้มีการสบของฟันที่ถูกต้องด้วย

-oral examination เกี่ยวกับการตรวจโรคภายในช่องปาก มีโรคไรมั่ง 

-Perioฯ วิชาเกี่ยวกับเหงือและฟัน โรคปริทันต์มีขั้นตอนการเกิดยังไง รักษายังไง หินน้ำลาย(ผินปุน)เกิดจากอะไร บลาๆ วิชานี้จะได้ลงคลินิคขูดหินปูน(กับเพื่อน)อีกนั่นเอง

-radioฯ เกี่ยวกับวิชาเอ๊กซเรย์ เทคนิคการถ่ายเอ๊กซเรย์ทั้งหลายแหล่ การอ่านภาพx-rayต้องแยกระหว่างอันไหนเป็นความผิดปกติอันไหนปกติให้ได้ มีลงฝึกถ่ายจริงด้วย(กับเพื่อนเจ้าเดิม)

วิชาอื่นบลาๆ จำไม่ได้แล้ว

เอาจริงๆเพิ่งรู้สึกว่าได้เรียนทันตะแพทย์ก็เมื่อตอนอยู่ปี3นี่แหละ อยู่ปี3แล้วแต่รู้สึกเหมือนอยู่ปี1มากๆ

ต่อที่clinic อันนี้คงบอกละเอียดมากไม่ได้เพราะบางเรื่องก็ยังไม่รู้

แต่โดยทั่วๆไปก็จะเป็นการลงทำคนไข้จริง มีคนไข้เป็