คำเตือน - เอนทรี่นี้ยาวขิง โหลดโหดอีกตะหาก

 

Day1  CDG > Notre Dame > St.Michael fountain > Opera House > Les halles

เริ่มต้นทริปท่องเที่ยวครั้งเดียวในปีนี้ ด้วยการไปยุโรปแบบลุ่มๆดอนๆ วีซ่าผ่านวันที่16ปุ๊บ ก็บินวันที่17เลยฮับ ตม.ที่ว่าจะน่ากลัวว่าโหด ก็ดันไม่ถามอะไรข้าพเจ้าสักกะคำ...ผ่านเข้าเมืองแบบมึนๆ

 

ภาพในสนามบินCDG(ชื่อเต็มแม่มยาว)หลังจากผ่านตม.แล้ว

เดินไปฉกกระเป๋าแล้วรีบชิ่งออกไปหาพี่ฝนที่ตรงทางออก แต่หากันไม่เจอ ก็เลยต้องกดโทรศัพท์โทรหา(ค่าโทรแม่มแพงสาด)เจอกันเสร็จปุ๊บ จะโทรหาป๊าเพื่อรายงานว่าถึงแล้วเรียบร้อยโดยสวัสดิภาพ อดได้เงินค่าประกันไรงี้เลยนะ(อ้ะล้อเล่งงงง)ก็ปรากฏว่าโทรไม่ได้ ก็เออวะ เีดี๋ยวค่อยโทร

แล้วก็นั่งรถไฟไปตู้เย็น อ้ะไม่ช่าย...แต่อากาศแม่มหนาวเมหือนตู้เย็นจริงๆ ตอนแรกที่พี่ฝนบอกว่าอากาศประมาณ20องศา ก็เลยไม่ได้เอาอุปกรณ์กันหนาวอะไรไปมากมาย เอาแค่แจ๊คเก๊ตที่หนาที่สุดในบ้านของพี่ไป

แล้วไงขอรับ...ออกไปเจออากาศข้างนอกปุ๊บ ฉกออกมาใส่แทบไม่ทัน

 

ภาพสถานีเมโทรสักสถานีระหว่างที่นั่งรอรถ 

ความประทับใจแรกกับปารีส...เมืองในฝันที่ใครๆก็ประทับใจรวมไปถึงบิดาของข้าพเจ้าด้วย

คำตอบก็คือ...แม่ม อะไรวะ สกปรกชิปเป๋ง! อารมณ์ว่าพี่เด็กแรฟแกทำงานอาร์ตไปทั่ว เลอะเทอะ กลิ่นตุๆอีกตะหาก รถไฟก็เก่า สถานีก็เก่าประหนึ่งหัวลำโพงบ้านเรา โอเคบ้านพี่มีรถไฟใต้ดินใช้กันมานานแล้วจะเก่าเราก็ไม่ว่า แต่มันโสโครกว่ะค่ะ!

แต่ก็แบบพยายามคิดว่า โอเค บางทีนี่อาจจะเป็นจุดเสื่อมโทรมไรงี้ก็ได้ ป๊าถึงขนาดออกปากว่าสวย ประทับใจขนาดมาตั้งสองรอบ มันต้องมีอะไรดีหน่อยหล่ะว้า 

นั่งรถไฟหลายต่อเดินกันเมื่อตุ้ม สถานีเค้าแม่งใหญ่จริง ขึ้นลงลงขึ้นกี่รอบไม่รู้ครับ เดินตามพี่ฝนอย่างเดียว

เข้าที่พักพี่ฝน ก็เก็บของ เตรียมตัวรับมือกับอากาศหนาว เอาเกงยีนสืมาใส่ทับเลคกิ้ง ผ้าพันคอ แจ๊คเก๊ตอะไรเอาให้พร้อมว่างั้น...แต่ก็ยังหนาวอยู่ดีง่ะ พูดออกมาเป็นควันกันเลยทีเดียว

แต่เรื่องอะไรจะปล่อยให้เวลาผ่านไปเปล่าๆปลี้ๆ มาเที่ยวเราก็ต้องเที่ยว ความหนาวเย็นไม่เป็นอุปสรรค!

 

...

 

จริงง้ะ?

โอเค...หนาวอาจจะไม่เป็นอุปสรรค เพราะข้าพเจ้าเองก็ชอบอากาศหนาวๆอยู่แล้ว แต่กับฝนนี่...ไม่ไหวจริงๆนะ

เดินออกมาจากเมโทรที่สถานี Notre Dame (ชื่อเดียวกับโบสถ์) ฝนก็ตกซะงั้น แต่ฝนประเทศเจริญแล้วเค้าไม่ตกซู่ไร้สกุลเหมือนฝนบ้านเรา ฝนที่นี่มันตกประปราย เมหือนจะเปียกแต่ก็ไม่เปียกเท่าไหร่ แต่หนาวโพดดด (ซะงั้น)

Notre Dame วันนี้ฝนตก

อากาศอึมครึมแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ชักภาพพอให้ไม่ผิดผีตามธรรมเนียมนักท่องเที่ยวที่ต้องยัดหน้าตัวเองชูสองนิ่วลงไปบนแบ๊คกราวน์แล้วก็รีบเข้าไปข้างใน

โบสถ์Notre Dameไม่เสียค่าเข้าชมฮับ แต่ถ้าจะขึ้นไปดูข้างบนจะต้องเสียเงิน(ประจำหล่ะโบสถ์ฝรั่งนี่)

ข้างในโอ่อ่า กว้างขวางมาก เป็นศิลปะแบบโกธิค(?) แบบกว้างมากก แต่ก็ไม่ได้หรูหราปิดทองอะไรแบบนี้นะ มันดูกว้างๆ แต่ทึมๆไม่แพ้อากาศข้างนอกเลยทีเีดียว  

 

rose windowของดีประจำโบถส์เค้าหล่ะ

เดินวนไปรอบนึงได้กลับออกไปด้านนอก(ฝนเหมือนจะหยุดตกแล้ว) ตกลงกันว่าไม่ขึ้นไปดูข้างบนเพราะว่าแถวยาวมาก แถมไอ้เรามันก็ไม่ใช่พวกอินกับอะไรพวกนี้อยู่แล้วด้วย ประเภทเด็กสายวิทย์ไม่ค่อยรู้สึกลึกซึ้งอะไรกับงานศิลปะ

ออกไปด้านหลัง พี่ฝนว่าข้างหลังก็สวย แล้วมันก็สวยจริงๆ

สวนดอกไม้รอบอนุเสาวรีย์อะไรก็ไม่รู้ที่หลังโบสถ์(อย่าได้ถามชื่อเชียว พวกยุโรปนี่มีอนุเสาวรีย์คนนั้นคนนนี้เยอะแยะไปโม๊ดดด)

คืออีออนเป็นพวกบ้าดอกทิวลิปไง เห็นเมื่อไหร่ต้องแถวิ่งเข้าไปหา

วิวโบสถ์ Notre Dame จากด้านหลัง สวยออก...ใครว่าเข้าข้างหลังไม่ดี(?)

 

ด้านข้างอีกสักหน่อย 

อากาศทึมๆแบบนี้ก็ได้ฟีลไปอีกแบบเนาะ

 หลังจากนั้นก็ข้ามสะพาน(ถนน) ไปดู St.Michael fountain กัน

แปลกดีเหมือนกันเนาะเมืองนี้ อยากจะสร้างน้ำพุตรงไหนก้สร้างกันตรงนั้น เพราะว่าSt.Michael fountainนี่อยู่ตรงกลางสามแยกเลยฮับ อารมรณ์ว่าขึ้นจากเมโทรมาก็ป๊ะกันเลยทีเดียว

และเพราะว่าเป็นน้ำพุแรกของยุโรปที่เห็นก็เลยดื่มด่ำชื่นชมเหลือเกินนน

เดินวนๆจะหาร้านไอติมเจ้าอร่อยบนเกาะ ile St-Louis ที่ชื่อว่า Berthillon แต่ก็หาไม่เจอ เดินวนๆๆกันจนหิวก็ใจเร็วด่วนได้ หาร้านแถวนั้นนั่งไปเลย อาศัยว่าคนเยอะๆเข้าว่า ฮ่าๆ

หนมปังบักเก๊ต ที่ฝรั่งเศสที่เอะอะนั่งปุ๊บก็เสิร์ฟไอ้นี่ปั๊บ

หน้าตาเมนู งบน้อยอย่างเราคงไม่แคล้วสั่งได้แค่ set lunch 9 ยูโร

 

น้ำเปล่าราคา2 ยู(อย่าคิดเป็นเงินไทยเชียว)

 

starterของพี่ฝน สลัดเบคอน

 

starter ของ ไอมั่ง หอยทาก Escargots ของดีที่ว่ามาฝรั่งเศสแล้วไม่กินไม่ได้ จริงๆแล้วข้าพเจ้ากินตามโนะดาเมะอินฟร้านซ์มากกว่า

 

ซูมกันเข้าไป...อร่อยเหาะ!!!

maincourseของพี่ฝนมาแย้ว....ใหญ่มากกก คอนเฟิร์ม

ของเค้ามั่ง...สเต๊กที่แบบว่า เหนียวยังกับเสือร้องไห้ ไม่ปลื้มอ้ะ

 หลังจากกินอิ่มก็เดินหาร้านไอติมนั่งต่ออีกแป๊บนึงจนเลิกล้มความตั้งใจไปต่อที่ Opera House ดีกั่ว

หาไม่ยากเลย เงยหัวขึ้นจากเมโทรมาก็อยู่ตรงหน้าเราแล้ว

ถ้าจะเข้าไปข้างในต้องเสียเงิน แล้วพี่ฝนว่า ก็ไม่มีอะไร...โอเคไม่เข้าก็ไม่เข้า เก็บเงินไว้ชอปดีกว่า(เลวจริงๆ)

ห้างราฟาเยต แถวๆโอเปร่านั่นแล ข้างในมีแต่แบนด์เนมฮับ สอยลองชอง(longchamp)เพราะเพื่อนพี่ฝากซื้อไปใบนึง แล้วก็เดินเรื่อยเปื่อยแุถวนั้น แวะเข้าไปดูZARA แม่เจ้าคนทึ้งกันอย่างกับเซลล์ แต่มันไม่เซลล์ว่ะค่ะ ราคาถูกกว่าไทย(ประมาณตอนไทยเซลล์)แต่ก็ยังซื้อไม่ลงอยู่ดี แล้วก็เดินผ่าน sephora โอ๊บก๊อด...แถเข้าไปหาอย่างกับคนปวดขี้เจอห้องน้ำ สอยนั่นสอยนี่จนไม่อยากจะสาธยาย หยิบไปบ่นไปว่า "แม่ต้องด่าแน่ๆๆๆ"

หลังจากนั่นก็ไปแรดต่อที่ Les halles ซึ่งเป็นทางผ่านกลับบ้านพอดี ก็เห้นในหนังสือคู่มือเค้าว่าที่นี่ประมาณสยามบ้านเรา แต่ขอโต๊ด ใหญ่กว่าเยอะฮับ แวะเข้าไปดูH&M ซึ่งกำลังเซลล์อยู่ ซื้อของจุ๊กจิ๊กตามประสาสาวน้อยรักความงาม(ที่สำคัญมันเซลล์ด้วย!) แล้วก็แว๊บออกไปดูมูจิ(Muji) แต่ไม่มีปผนกเครื่องสำอางค์ มันก็เลยไม่ได้กินเงินเรา

แล้วก็กลับหอพักพี่ฝน ก่อนหน้านั้นแวะซุปเปอร์ซื้อของไปทำกินกันเย็นนี้ แล้วอีออนก็กรี๊ดแตกกับสิ่งนี้!

สตอเบอรี่ลูกอวบอ้วน 500g. 0.95ยูโรววว โอ๊ววว ถูกยิ่งกว่าถูกก คว้่าแบบไม่คิดเลยทีเดียว แถมอร่อยด้วย อื้มม พูดแล้วคิดถึง

ซุปเปอร์ที่นี่โหดมาก แบบชั้นวางของพวกครีมอาบน้ำยาสระผมเหมือนโดนโจรปล้น ถล่มระเนระนาด ปาริเซียงเค้าซอปปิ้งกันได้ระเบิดลงมากๆ ที่H&MกับZARAนะทึ้งกันจนเหมือนโดนระเบิดลง เละเทะไปหมด บ้านเราที่ว่าหนักแล้ว สาวๆที่นั่นเค้าแรงกว่าเย้อะะะ

ที่สำคัญ พวกพี่มืดเด็กแรฟเยอะมากก น่ากลัวโพดดด

แล้วเราก็เดินข้ามฝั่งไปร้านขายยา เพื่อหาซื้อน้ำแร่ฉีดหน้า เพราะหน้าข้าพเจ้ามันลอกเป็นขุย ไม่น่าเชื่อว่าหน้าด้านขนาดนี้ยังลอกได้อีก! ชอปbiodermaไปสองขวดใหญ่ ถูกกว่าเมืองไทยกว่าครึ่ง

กลับหอพี่ฝน ทำกับข้าวกินกัน(พี่ฝนทำ)แล้วข้าพเจ้าก็นอน(แย่งที่นอนพี่ฝนด้วย) ส่วนพี่ฝนไปทำรายงานต่อห้องเพื่อน(จริงๆไปโหลดอาราชิมากกว่า) แล้วก็ตกลงกันว่า พรุง่นี้จะไป แวร์ซายส์ักัน

 

อื้ม....สรุปว่าตรู มาเที่ยวหรือมาชอปกันแน่ว้าาา??

อย่ามองกันแบบนั้นเส่!

Comment

Comment:

Tweet

zara ไม่ได้แพงอะไรเลยยังซื้อไม่ลงอีกเหรอ

#10 By (125.24.140.143) on 2010-09-17 14:39

5555 ฝนตกไร้สกุล
ฝนที่นั่นผู้ดี๊ผู้ดีว่างั้น

เฮ้อออออออออ....

นั่งดูของกินตอนตีหนึ่งมันไม่ดีต่อกระเพาะจริงๆว่ะให้ตาย
จ้องสตรอว์เบอรี่กับเฟรนช์ฟรายตาละห้อยแล้วเนี่ย

ยังคงคอนเซปท์กินตามรอย สอยทุกอย่าง (อุปมาเรื่องคนปวดขี้เจอห้องน้ำได้เห็นภาพโคตรๆ)

ยังคงยืนยันว่าหลงรักดอกไม้และสนามหญ้า

#9 By invisible_man on 2009-05-06 01:47

โอคาเอรี้
สนุกม๊ายย
เห็นด้วยว่าแอบสกปรก เหอๆ แล้วก็ทั่วประเทศ คนดำเยอะเชียว ยิ่งทางใต้นะ โครตเยอะ แถมดูน่ากลัว
แต่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม มองไปทางไหนตึกรามก็ดูสวย ชอบตรงนี้
ดอกไม้สวยอ่ะ อยากไปเห็นกะตาจัง
อาหารไม่ไหวแล้ววว โดยบเฉพาะน้องสตอฯน่ากินมาก
รออ่านตอนต่อไปกั๊บ ออนเขียนฮาดี

#8 By freestyle! on 2009-04-30 08:07

รีพอร์ทได้ละเอียดมาก ความจำดีนะเนี่ย
เพราะพี่ลืมไปหมดแล้ว ว่าเป็นยังไง 55555

คืนนั้นไปทำรายงานจริงๆเฟ้ย
โหลดอาราชิแค่ผลพลอยได้

รออ่านวันต่อไปเน้อ

#7 By phonn (92.102.26.224) on 2009-04-30 01:57

บ้านเมืองสวยงาม

อาหารน่าอร่อย confused smile confused smile confused smile

#6 By Googigg on 2009-04-30 00:38

วะ วะ ว้าววววว cry

บองชู๊ว มาดมัวแซล...(สำเนียงบ้านนอกคอกนามากๆ)

สถานที่สวยมาก ดอกทิวลิปสวยจัง หลากสี
หนมปังบักเกิต ดูจะกรอบนอก นุ่มใน
สเต๊กน่าเจี๊ยะ

นั่น...น้ำเปล่าจิงๆ อ่ะ ราคาโหดมากเป็นพี่เก็บขวดกลับบ้านด้วยเลย น่าจะลองจิบไวน์ด้วยนะ question

ปล...ดูท่าน้องออนจะเอนจอยกับการช็อปมากกว่าการกินอีกนะเนี่ย open-mounthed smile

#5 By miharu on 2009-04-30 00:21

โอ้.. อ่านแล้วคิดถึงปารีสจังค่ะ

แบบนี้ต้อง Hot! Hot! big smile

#4 By จุ๊บบุเคเค on 2009-04-29 21:39

ฮ่าๆๆๆๆๆ มึงไปนินทาพี่เค้า


แม๊



ชอป sephoraจนแม่ด่าแน่ๆๆ กูว่าแล้ว

#3 By ชาเขียวaddict on 2009-04-29 21:35

แกมากินว่ะ
ดูรูปเสะ ครึ่งนึงเป็นของกิน

นอร์ทเตอร์ดาม((ออกเสียงไทยแท้ๆ))
สวยยยยยยยยยยยยยยยย ประทับใจง่ะ อยากเห็นใกล้ๆ
ดูจากสีท้องฟ้าแล้วครึ้มจริงๆ หนาวแทน

#2 By โป้ย (58.8.112.34) on 2009-04-29 21:34

ดอกไม้ช่วยเพิ่มสีสันให้ปารีส ชอบจังเลยค่ะ :]

#1 By peachtje on 2009-04-29 21:32