คำเตือน - เอนทรี่นี้ยาวโคตรขิง และโหลดโหดกว่าเอนทรี่ก่อน

DAY2  Versailles > La Vallee Village

 

เช้าวันใหม่ รู้สึกตัวตั้งแต่ตี5 ไม่ใช่ว่าผิดเวลาหรือว่าอะไร แต่เมื่อคืนดันเพลียนอนไปตั้งกะยังไม่สามทุ่ม เต็มอิ่มก็เลยไปหยิบเอาหนังสือนำเที่ยวมาอ่านไปพลางๆระหว่างรอให้พี่ฝนตื่น เห็นว่าเมื่อคืนทำงานดึก ประมาณตี2มั้ง(สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาได้ยินพี่ฝนนั่งบ่นว่าส่งเมล์ไม่ได้อยู่หน้าคอม แล้วก็หลับต่อ ฮ่าฮ่า)

ซักพักอีออนก็เริ่มทำตัวน่ารำคาญ เปิดไฟอ่านหนังสือไรงี้ พี่ฝนก็ต้องตื่นในที่สุด(ขอโต๊ดก๊าบบ) ตอนแรกงงๆว่าจะไปที่ไหนเพราะเมื่อวานพี่ฝนบอกว่าถ้างานไม่เสร็จจะให้ไปลูฟร์แทน เพราะไปแวร์ซายส์มันต้องใช้เวลาทั้งวันไรงี้...แต่สรุปก็กลายเป็นว่างานพี่ฝนเสร็จก็เลยกลับแผนเดิม

วันนี้เราอุทิศให้แวร์ซายส์ทั้งวัน

อาหารเช้าเป็นข้าวแกงกะหรี่ฝีมือพี่ฝน กินกันเสร็จสรรพก็ออกจากที่พักแล้วนั่งรถเมโทรไปสถานีอะไรสักอย่าง(เกี่ยวกับสายรถไฟนี่ความจำดับจริงๆฮับ)เพื่อไปนั่นRER(รถไฟที่ออกนอกเมือง) สายตรงดิ่งสู่แวร์ซายส์กัน ไปกันแต่เช้าอารมณ์ว่ามันเปิด9ดมง ข้าพเจ้าก็จะไปตั้งกะมันเปิดแล้วกลับตอนมันปิดนี่แหละ!

นั่งรถไฟ ...นานมากกก ก็มาถึงสถานี Chateau de Versailles ออกมาจากสถานีก็งงตึ๊บ ว่านี่อยู่ส่วนไหนของแวร์ซายส์วะ หนังสือก็เขียนได้ละเอียดเหลือเกิน

"ตามฝูงชนไป"

ขอบจายย...นะ พอดีข้าพเจ้าออกมาเช้าไง นักท่องเที่ยวมันยังมากันไม่ถึงอ่ะคับพี่  จะให้เดินตามใครอ้ะคับ 

อากาศวันนั้นถือว่าขมุกขมัวน่ากลัวว่าฝนจะตกตลอดเวลาเลยทีเีดยว ที่สำคัญ หนาวโพด ข้าพเจ้าใส่เสื้อไม่รู้กี่ตัว ตัวพองเป้นคู่แข่งมิชชลินเลยทีเดียว

เดินผ่านสตาร์บั๊ค...อาการอยากกาแฟก็ถามหา คือสตาร์บั๊คเนี่ยะเป็นกาแฟที่แพงไร้สาระมากๆในความคิดข้าพเจ้า แต่มันแม่งก็อร่อยไร้สาระสุดๆ แต่ราคาเป็นเงินไทย ที่เมืองไทยซื้อมันแดกไม่ลงจริงๆ(ยังไม่เคยซื้อด้วยเงินตัวเองเลยฮับ อารมณ์เฮียเลี้ยง แม่จ่ายตลอด) แต่ญาติคนหนึ่งบอกว่า สตาร์บั๊คเนี่ยะไว้กินตอนไปเมืองนอก เพราะมันจะไม่ค่อยรู้สึกเสียดายเท่าไหร่ ซึ่งก็จริง

และทั้งๆที่อากาศก็หนาวพ่อตายปานนั้น แต่สองเราก็ยังสั่ง caramel frappucino กันได้อีก!!

 

เริ่มต้นเช้าวันใหม่กับกาแฟปั่นเย็นเจี๊ยบ

แก้วเล็ก สนนราคา 4.80ยู ไม่ถูกหรอก แต่เราแค่ไม่คิดเป็นเงินไทย(ฮ่าฮ่า) 

ข้อดีของการกินกาแฟปั่นที่เมืองหนาวก็คือ...มันละลายช้า อย่างเมืองไทยเนี่ยะทิ้งไว้แป๊บส์เดียวก็ตกตะกอน น้ำแข็งจับเป็นก่อน ดูดขึ้นมาได้แต่น้ำไรงี้เนาะ แต่อันนี้นุ่มละมุนลิ้นไปถึงหยดสุดท้ายเรยค่าาาา

เดินถือกาแฟปั่นเย็นๆจนมือชา เดินไปดูดไป หนาวไป

 

ทางไปแวร์ซายส์ฮับ...วันนี้บรรยากาศขมุกขมัวถ่ายออกมาแล้วได้บรรยากาศเหงาสุดใจ

และแล้วเราก็มองเห็นอะไรทองๆลิบๆ...อร๊าง! นั่นมัน

แวร์ซายส์ในระยะไกลนี่หว่า!!

แวร์ซายส์ระยะ100เมตร

ตอนแรกเห็นรถเยอะๆคนออเยอะๆก็เริ่มเซ้งละ อะไรฟระ อุตส่าห์มาแต่เช้าคนยังเยอะอีก สราดด ไรงี้ แต่ก็ต้องทำใจหล่ะฟระ มาแล้วคนเยอะยังไงก็ต้องเข้า

เดินลอดผ่านรั้วทองๆ เหลียวซ้ายแลขวาหาที่ซื้อตัวท่ามกลางฝูงนักท่องเที่ยวนานาๆชาติที่มากันเป็นกรุ๊ป ระหว่างนั้นก็เลยเก็บภาพรอบๆไปพลาง

มันคืออะไรก็ไม่รู้ 

 

นักท่องเที่ยวเยอะจริงๆฮับ มีทั้งเกษียณทัวร์ วัยรุ่นปิดเทอมทัวร์ คู่รักทัวร์ บลาๆ

แล้วในที่สุดเราก็ไปต่อแถวถูก คนที่ว่าเยอะแล้วเนี่ยะ พอตอนขากลับถึงได้ซึ้งนักว่าตอนขาเข้าที่ต่อแถวน่ะมันขี้ๆ เพราะตอนบ่ายคนเยอะสราดดดดดดด เยอะแบบ เยอะสราดจริงๆ เริ่มรู้สึกดีที่มาแต่เช้าขึ้นมานิดนึงละ

เราเลือกตั๋วเข้าทั้งหมด สนนราคา 25ยู(วันเสาร์-อาทิตย์) ถือว่าแพงโพ๊ดสำหรับการเข้าชมวัง ถ้าดูเฉพาะตัวพระราชวังมันแค่8หรือ9ยูนี่หล่ะ แล้วก้มีพวกตำหนักยิบย่อยประปรายอีก(ค่าเข้าต่างหาก) ค่าออดิโอ้ไกด์ก็10ยู(ไม่ค่อยจะมีประโยชน์อะไรสำหรับข้าพเลยให้ตาย) 

((พอมาคิดดูแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่คุ้ม25ยูว่ะพี่ฝน ค่าเข้าพระราชวังมัน 9 ยู เข้าสวนฟรี ตำหนักหินอ่อน 5ยู แม่ม 14ยูเองอ้ะ ไอ้ออดิโอ้ไกด์มันไร้ค่ามากสำหรับข้อย))

บรรยากาศภายใน คนก็เยอะ แย่งกันดู แย่งกันถ่ายอะไรก็ว่าไป ความงามก็...ดูแล้วคิดถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม  ก็สมควรนั่นหล่ะเพราะว่าเราได้อิทธิพลมาจากแวร์ซายส์นี่ แต่ก็นะ....ไม่รู้ว่าคาดหวังมากไปหรือว่าอย่างไร แต่ไม่รู้สึกซาบซึ้งเลยให้ตาย(จิตใจด้านชาจริงๆ)

เดินไปเรื่อยๆตามลูกศรเข้าห้องนู้นออกห้องนี้ ส่วนมากจะเป็นภาพเขียนว่าสมัยนั้นเป็นอะไรยังไง รูปปั้นบ้าง บลาๆ เดินผ่านไวมาก(ขอโทษที่ไม่รู้สึกซาบซึ้ง) เดินผ่านห้องนอนของพระเจ้าหลุยส์ก็เลยชักภาพมานิดๆหน่อย(ที่นี่ให้ถ่ายรูปได้)

เตียงนอนของพระเจ้าหลุยส์ที่...(เท่าไหร่หว่า?)

เตียงสูงมากมาย ถ้านอนตกเตียงขึ้นมามีหวังหลังเดาะ แถมเตียงก็สั้นมาก ...นอนแล้วเท้าไม่โผล่เรอะ? สงสัยนะเนี่ยะ

 

แชนเดอเลียในห้องโถง เพดานยังคงคอนเซปป์เดิม 

เดินแป๊บๆก็ครบทุกห้องละ(เร็วมาก ประมาณ15นาที) ก็เลยออกไปข้างนอก พบกับระเบียง และสวนกว้างง

กว้างมากกกกกกกกกกก

กว้างแบบตอนแรกแค่เห็นแผนที่ก็ว่ากว้างแล้ว เห้นของจริงแม่มเอ้ยยย จะกว้างไปไหนนน!!~

ในแผนที่ 90%เป็นสวน

ถึงสุดลูกหูลูกตานั่นคือสวนทั้งหมดทั้งสิ้น

 บรรยากาศสวยมากอ้ะ...ชอบที่แบบหมอกลอยเหนือน้ำ(grand canal) สวยจับใจได้อารมณ์คนเหงา

แวร์ซายส์จากด้านหลัง

 

grand canalอีกซักรูป สวยจริงๆฮับ ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่แค่ความกว้างใหญ่ก็ตรึงใจแล้วอ้ะ ยุโรปนี่มันสวรรค์ของกล้องDSLRจริงๆคับ!(ขอโทษนะที่กล้องข้อยเป็นแค่กล้องปัญญาอ่อน)

ตั้งใจว่าจะเดินให้ทั่วสวน พี่ฝนตั้งใจว่าจะไปบ้าน12หลังของมารี อังตัวเนตต์(ข้าพเจ้าคุ้นแค่ชื่อ แต่ก็โนไอเดียว่าชีเป็นใคร)ซึ่งอยู่ปลายไร่มากๆ ไกลสุดๆ แต่ก็นะ...เอาให้มันคุ้ม25ยู

สองข้างขนาบgrand canalเป็นสวนที่จัดเหมือนเขาวงกต 

เดินเข้าไปนึกอย่างอยู่ในแฮรี่เล่ม4

ทึ่งอ้ะ ทึ่งที่ว่า คนดูแลมันดูแลกันยังไง๊ ตัดเล็มกิ่งซะเรียวแน๊วแบบนี้เนี่ยะ วันๆไม่ต้องทำอะไรกินแต่เดินเล็มกิ่มก็หมดวันแล้วละมั้งนิ

เดินผ่านสวนเขาวงกต เดินเรื่อยยยย...เรื่อยยยย ฝนก็ตกพรำๆไป เดินไปไกลจนแบบ นี่กูหลงรึเปล่าครับ ปวดขาแล้วอ้ะคับพี่...แถมเดินๆไปก็เจอพวกลุงๆป้าๆมาวิ่งจ๊ิอกกิ่งมั่ง ขี้จักรยานมั่ง

ไฮโซว่ะค่ะ มาวิ่งจ๊อกกิ้งที่แวร์ซายส์(เพิ่งมารู้ทีหลังว่าสวนน่ะเข้าฟรี) 

แล้วเราก็เดินมาจนถึง Gran Tianon (ตำหนักหินอ่อนสีชมพู)

มันเป็นสีชมพูจริงๆ คอนเฟิร์ม!!

เดินมาถึงตอนประมาณ10โมงกว่าๆได้ เงียบเชียบเข้าไม่ได้ ไม่มีใครเข้า ก็เลยคิดว่า หรือว่ามันจะปิดซ่อมแซม...ก็เลย โอเคร ไม่เข้าก็ไม่เข้า เดินไปที่อื่นต่อ  ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก้มีคุณลุงผู้ชี้ทางสว่างว่ามันเข้าได้ และพี่ฝนก็ลองเปิดคู่มืออีกที ปรากฏว่ามันเปิดตอน12.00น.

ชิปเป๋ง! ตอนนั้นรู้สึกโคตรโง่เลยอ้ะ นี่ถ้าลุงไม่มาชี้ทางสว่างจะรู้สึกว่าเสียค่าโง่25ยูมาเดินเล่นในสวนเลยนะนั่น

บรรยากาศคล้ายพระราชวังบางปะอินยังไงบอกไม่ถูก

เดินต่อไปถึงตำหนักเล็ก Petit Trianon ก็ปิดอีกเหมือนกัน

เงียบแบบนี้แล้วจะไม่ให้คิดว่าปิดได้ไงหล่ะ

ณ เวลานั้นเริ่มท้อ+เหนื่อยและเมื่อยตรีนมากแล้ว แต่พี่ฝนผู้ซึ่งยังไม่ได้เห็นบ้าน12หลังของพระนางมารีอังตัวเนตต์ก็ไม่ยอม เลยนั่งพักกินข้าวเที่ยงเอาแรงกันก่อน

อาหารเที่ยงวันนี้ห่อมากินเองเพราะคิดว่าอาหารในแวร์ซายส์น่าจะแพง และสิ่งที่ห่อมากินก็คือ...ข้าวไข่เจียว!! อาหารที่ต่อให้เย็นชืดยังไงก็อร่อย

กินเสร็จก็เดินตามหาบ้าน12หลังต่อ อ๊ะ นั่นไง เห็นลิบๆแล้ว แต่ก็หาทางเข้าไม่เจอ คุณลุงคนนั้นผู้ชี้ทางสว่างก็เดินเข้ามาบอกว่า

ข้างในน่ะสวยกว่านี้อีกนะ 

จริงอ้ะลุง มันเข้าได้ด้วยเหรอ

ได้สิอีหนู...ที่ตรงตำหนักเล็กไง

พวกเราก็เลยเดินกลับไปที่ตำหนักเล็กอีกรอบ แล้วคราวนี้ก็ไม่เงียบเป็ยป่าช้าเหมือนเคยละเพราะเวลานั้นมัน11.45 ฝนตก และเริ่มมีคนมารอเข้า

สัจธรรมที่ตรัสรู้ได้ตอนนั้นก็คือ พวกเราแม่งโง่!!!

เดินวนอ้อมไปอ้อมมาเสียตั้งนาน

เข้าไปข้างใน ก็อารมณ์ วังอ้ะครับ แต่ไม่ได้หรูหรา พี่ฝนว่า พระนางเค้าอยากหลบมาอยู่เงียบๆใช้ชีวิตแบบชาวบ้าน..เอิ่มนะ แต่ยังไงก็ไม่ชาวบ้านอ้ะ ถึงในตัววังจะไมไ่ด้ปูหินอ่อนแต่มันก็วังอ้่ะเจ้!

ด้านหลังเป็นทางเดินออกไปสู่บ้านชนบท12หลัง

ทางเดินไป วิวสวยๆดี 

หน้าตาบ้าน1ใน12หลัง 

คือมันช่างเป็นสวนหลังบ้านที่กว้างมาก มีลำธงลำธารไรงี้ เราเดินยังหลงเลย แล้วพระนางจะเดินเล่นยังไงของเค้าน้อ..หรือว่านั่งรถม้าเล่นในสวนหลังบ้าน ไฮโซวมากๆ

 พอเสร็จสมอารมณ์หมาย ก็กลับกันเถอะ แต่ขากลับนี่ให้เดินกลับไม่ไหวแล้ว ก็เลยไปนั่งรถ ค่ารถ3.5ยู ลงที่แถวๆสวนเพื่อตระเวนชมสวนอีกฝากที่เรายังไม่ได้เดิน แล้วก็กลับออกสู่โลกภายนอก

เที่ยวแวร์ซายส์ครบแบบงงๆเหมือนกันนะเนี่ยะ

และขาออกคนก็เยอะมากฮับ เยอะกว่าเมื่อเช้าคูณ10ไปเรยยย

สรุปแล้ว กับแวร์ซายส์เนี่ยะ...รู้สึกแอบจะผิดหวังนิดๆอ้ะคับ คือชอบสวนนะ แต่งสวนดี กว้างดี บรรยากาศดี แต่ถ้าพูดถึงตัวพระราชวังใหญ่เล็กทั้งหลายรู้สึกว่ามัน...น้อยไปนิด อาจจะเพราะจิ้นไว้ซะเริ่ดหรูอลังการ และที่สำคัญ ไม่มีกุหลาบ!!~

แล้วไอ้การ์ตูนเรื่อง กุหลาบแวร์ซายส์นั่นมาจากไหน เพราะพูดถึงแวร์ซายส์สิ่งแรกที่ออนคิดถึงก็คือกุหลาบไง มาทั้งทีไม่เจอกุหลาบซักดอกเลยรู้สึกเซ้งจิตชอบกล

 

 

 

ตอนแรกที่วางแผนไว้คือวันนี้ใช้เวลาทั้งหมดกับแวร์ซายส์แต่ปรากฏว่า บ่ายโมงหน่อยๆก็เสร็จแล้ว ก็เลยตกลงกันว่าจะไป La Vallee Village ซึ่งมันก็คือหมู่บ้านแบรนด์เนม หรือoutletนั่นแหละ

ตรงคอนเซปป์ชอปปิ้งของข้าพเจ้าเลยทีเดียว!

แต่ทางไปน่ะสิ ไกลมาก ค่ารถไฟประมาณ9ยูได้ นั่งไปไกลแสนไกล อารมณ์อีกสถานีเีดียวก็ถึงดีสนีย์แลนด์แล้วเนี่ยะ

 พอมาถึง ลงรถไฟก็หาทางไปต่อไม่เจอ มีป้ายเขียนให้รอshuttle busแต่เราขี้เกียจรอง่ะ ก็เลยเดินมั่ว สรุปว่าหลง ต้องกลับมาตั้งต้นใหม่

งมๆทางไปจนเจอกับนักท่องเที่ยวที่เดินสวนมา และทุกคนมีถุงชอปปิ้งในมือ

ลองชองมั่ง..ลาฟรอเรนซ์มั่ง 

อีออนก็เริ่มไฮเทนชั่นน จะไปปป!!!

ก่อนจะถึงก็แวะเข้าห้างที่ชื่อเหมือนสวนน้ำมากๆ อารมณ์มีคำว่าseaก็ต้องคิดถึงสวนน้ำไว้ก่อน ปรากฏว่าเป็นห้างว่ะค่ะ และสิ่งที่เปิดในวันอาทิตย์ก็ล้วนมีแต่ร้านอาหารทั้งสิ้น

ท้องเริ่มหิวเพราะพลังข้าวไข่เจียวถูกย่อยระหว่างเดินวนในแวร์ซายสืจนหมดสิ้นไปแล้ว และระหว่างกำลังตัดสินใจว่าจะกินอะไรดี สายตาก็เหลือบไปเห็นร้าน PAUL ที่พี่ฝนว่าเป็นร้านขนมชื่อดัง

 แล้วอีออนหรือจะพลาด

น้ำเปล่าฟรี(น่าจะเป็นน้ำจากก๊อกนั่นหล่ะฟระ)

บักเก๊ตพร้อมเสิร์ฟตลอดเวลา

toastอะไรสักอย่างของพี่ฝน ข้างในเป็นไส้แซลมอน ชิมแล้วแซ่บมาก จานใหญ่มาก เสร็จไป8ยู

เค้าว่ามาฝรั่งเศสก็ต้องกิน มากะฮง(macaroon) รึไม่ก็เครปแบบบางนุ่ม แล้วไง ยังไม่ได้ลองมันสักอย่าง ก็เลยจัดไปปป

เครปราสเบอรี่

หวานเปรี้ยวหนุบหนับ อร่อยดี อันนี้น่าจะ...จำราคาไม่ได้แล้วแฮะ 5ยูกว่าๆป่าวน้อ(อย่าคิดเป็นเงิืนไทยเถอะ ขอร้อง)

 และเรื่องของเรื่องก็คืออยากกินมาะฮงตามที่โนะดาเมะอินฟร้านซ์กิน ก็เลยสั่งอันนี้ไป

กาแฟ + 3mini macaroon น่าจะ3ยูกว่าๆ

3ชิ้น3รส น่าจะชอกโกแลต สตอเบอรี่ แล้วก็ถั่วหล่ะ

แซ่บมากก ปลาบปลื้มมมมน้ำตาไหลพราก

แล้วหลังจากนั้นก็ไปชอปที่ ลาวิลล่าวิลเลจ

ลองชองถูกอย่างขี้ครับ!!~ ราคาน่าจะลดจากในชอปเกือบๆ20ยู แต่สีมีน้อย แล้วก็ไม่มีรุ่นฮิตๆ มีแต่ไซส์เอส หูยาวหูสั้น ไซส์L ไรแบบนี้ไป สอยมาใบนึงเพราะกลัวจะมาเสียดายทีหลังว่า ทำไมตอนนั้นตรูไม่ซื้อฟะ(นิสัยเสียโพด)

เดินเข้าร้านVANSก็ได้แตะมาอีกคู่ 9ยู แพงนะนั่น แต่อยากได้แตะดีๆไง ฮิปโปคู่ละร้อยกว่าที่ว่าใส่ดี ข้าพเจ้าก็ใส่ไปได้เดือนกว่าก็บุ๋มเป็นรอยพระบาทน้ำพุแล้ว ที่ไทยrip curlลดแล้วก้ราคาประมาณนี้ก็เลย ซื้อๆแม่งไปเถอะ ทำเหมือนราคา9บาท 555

เข้าร้านนู้นออกร้านนี้ เบอเบอรี่แม่งกองไว้อย่างกับราคา199 เอ้อ อาจจะ199 แต่หน่วยเป็นยูโร มิใช่บาทแต่อย่างใด คนก็ทึ้งกันซะ... รวยจริง อิจฉานะเฟ้ย!

วันนี้ไดเสียเงินแล้ว...สบายใจละ(เหรอ?)

แล้วก็นั่งรถไฟกลับหอพี่ฝน

 

พรุ่งนี้ก็จะไปลูฟร์ ไอเฟล ชองเซลิเซ่ และก็ประตูชัย เอาให้มันครบ!

 

edit @ 1 May 2009 20:39:31 by jackky

Comment

Comment:

Tweet

โรคจิตนะเนี่ยแก กินกาแฟปั่นเข้าไปได้~

เห็นเตียงแล้วสงสัยเหมือนกัน รูปเตะตา เตียงประหลาดดี

คุณลุงใจดีนะเนี่ยย...ดีกว่าเจ๊ที่TGVเยอะเลย (ชั้นอ่านย้อนศรนะ)

อยากมีสนามหญ้ากว๊างกว้างแบบนี้มั่งอะ จะไปเกลือกกลิ้งเล่นให้สำราญใจ

ตอนแรกเห็นราคาของเป็นยูแล้วก็ว่าจะแอบเปลี่ยนหน่วยในใจ สุดท้ายก็ยอมแพ้ ปล่อยให้มันเป็นปริศนาอย่างนั้นต่อไปดีกว่า (ไม่กล้าคิดแม้หาใช่ตังตัวเอง)

เห็น macaroon แล้วนึกถึงคุ๊กกิ้งมาม่าาาา

น่ากินว่ะะะะ

ทริปนี่ตกลงแกตามใครมั่งเนี่ย ซากุไร? โนดาเมะ? บลาๆ?

#5 By invisible_man on 2009-05-06 01:30

แวร์ซายส์สวยสง่าดีอะ กว้างมากกก

ได้กินกับข้าวฝีมือฝนด้วย ไฮโซวๆ 555

macaroon โอ้วว ก้อดดดดด อยากกินแบบออริจินัลที่ฝรั่งเศสมั่งอ่ะ

#4 By freestyle! on 2009-05-04 09:07

รออ่านต่อนะคะ

แวร์ซายดูใหญ่โตไฮโซมากค่ะ open-mounthed smile

#3 By peachtje on 2009-05-01 22:04

กำลังจะทักเลยว่าเขาให้ถ่ายรูปข้างในด้วยหรือเนี่ย
เตียงสั้น เพราะหลุยส์ไม่สูงหรือเปล่า
อ๊ะ หรือนั่นนโปเลียน
ข้าพเจ้าไม่เคยเรียนประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสนอกจากเรื่องของมองเตสกิเออเท่านั้น

ฟ้าครึ้มๆแต่ทำให้วิวสวยสวยจริงๆ
เคยเห็นแต่ในหนัง มันโคตรกว้างงงงงงงงงงงงงงง จริงๆว่ะ

รอลูฟร์เอนหน้านะ

พีเอส...แกตามโนดะเมะจริงๆหรือเนี่ย
พีเอสสอง...มีเรื่องของกินคงคอนเซปมากค่ะน้อง

#2 By Poi (58.8.98.37) on 2009-05-01 20:54

อยากกิน macaroon มากอ่ะ แต่ไม่เคยได้กินซักที

แวร์ซายเป็นอีกที่ที่ผมอยากไปถ่ายรูปมากๆ เพราะสถาปัตเค้าทำได้งามดีจิงๆ confused smile

#1 By Sharpen_Thought on 2009-05-01 20:45