คำเตือน - เอนทรีนี้ยาวกว่าเอนทรีที่แล้ว แล้วก็โหลดโหดขึ้นทุกวัน(แต่รูปวันนี้สวยควรค่าแก่การรอโหลดมากมาย)

Day3 St.Sulpice > Musee du Louvre > Eiffel >Champs Elysees >Arc de Triomphe

วันนี้เริ่มต้นด้วยมื้อเช้าที่ห้องพี่ฝน ซึ่งก็คือ....ท่าด้า "มาม่า เส้นใหญ่ต้มยำ"

เนื่องจากว่าเมื่อคืนนี้พากันไปห้องเพื่อนพี่ฝนเพื่อไปจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่อัมสเตอร์ดัม ฯลฯ แต่สุดท้ายก็ได้ที่พักแค่ที่อัมสเตอร์ดัมกับบรัสเซล แล้วก็ตั๋วเครื่องบิน บรัซเซล-มิลาน กับโรม-ปารีส ส่วนที่พักที่อิตาลียังหาไม่ได้ ก็ตกลงว่าจะไปเอาดาบหน้า เพราะงั้นเช้านี้ก็เลยต้องรีบไปซื้อตั๋วรถบัสeurostarไปอัมสเตอรดัม(Amsterdam)เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์(ปุบปับก็ไปกันซะงั้น)

เมโทรสถานีบ้านพี่ฝน

นั่งรถเมโทรเจ้าเดิมไปที่สถานี Gare du nord(ชื่อนี้หล่ะมั้ง) แล้วไปซื้อตั๋วรถไปอัมสเตอร์ดัม แบบนั่น5ทุ่มถึงอัมสเตอร์ดัมตอนเช้าไรงี้(ประหยัดค่าที่พักไปอีกคืนนึง) ได้ตั๋วมาคนละใบ สนนราคาประมาณ40กว่า(จะ50แล้วหล่ะ)ยูโร แถมคนขายยังด่าอีกว่า

"มาอยู่ปารีสแต่ทำไมพูดฝรั่งเศสไม่ได้!"

ไอ้ชิบเป๋ง!! พอๆกับเมื่อวันก่อนที่ไปถามตั๋วรถไฟTGV(รถไฟความเร็วสูง) แล้วไง ต่อแถวจนได้คิว

เจ้บอก "no english!!" ชิบโหงเถอะ!! มึงอย่ามาเมืองไทยมั่งละกันสราดดด

ก็เลยไปต่อแถวที่เขียนว่า "i speak english" แต่ก็กวนตาปลามากๆ อีเจ้ที่คุยอยู่เืสือกเป้นคนฝรั่งเศส เอิ่ม เจ้ช่องอื่นก้มีตั้งเยอะ เจ้ก็ไปคุยเส่! แล้วแบบเจ้คุยนานมาก ประมาณ45นาทีอาเฮียเจ้าของช่องก็กด i'm close

 

ชิทแม่มเอ้ย!!!

โมโหจัดก็แม่งไม่ไปรถไฟแล้วก็ได้วะ จำไว้เลยนะแม่มมม

 

พอละ...กลับเข้าเรื่องดีกว่า

สรุปว่าได้ตั๋ว โอเค ก็นั่งเมโทรไปลงที่สถานี St-Sulpice ตามชื่อโบสถ์นั่นแหละ โบถส์หาไม่ยาก แต่น่าแปลกใจตรงที่ ไม่มีคนเลย...

 

น้ำพุน่าตื่นตาตื่นใจมาก!

น่าดีใจตรงที่ว่าวันนี้ในที่สุด ปารีสก็มีแดดออกให้ตรู!!~ 

โบสถ์เงียบมาก คิดว่าหนังดังออกแบบนั้นน่าจะคนเยอะ เหมือนคนเห่อไปตามรอยละครที่เกาหลี แต่ก็นะ...

บรรยากาศข้างใน เหมือนในหนังป่าว

แบบว่าเดินรอบๆ มันก็กว้าง ใหญ่ โอ่โถง ถึงจะไม่วิริศมาหราเหมือนนอร์ทเทอดาม แต่ก็ใหญ่อ้ะ น่าเสียดายตรงที่ดูงบน้อย ไม่ค่อยได้บูรณะ(แต่ตอนที่ไปเค้ากำลังบูรณะด้านนอกอยู่) มันก็เลยดูโทรมๆ ข้างในเงียบมากคนละฟัีลกับนอร์ทเทอดามเลย

มองหาเส้นกุหลาบตามเฮียโรเบอร์ตแลงดอน พอเจอแล้วก็รู้สึก

"แค่นี้เองเรอะ!"(อีกตามเคย)

โทษทีนะจ๊ะ ลืมถ่ายมาอ้ะ(เหมือนเค้าว่าถ้าถ่ายรูปจะต้องเสียเงินก็เลยนะ ไม่เสี่ยง55)

เดินรอบเดียวก็วนออก รีบไปลูฟร์เพราะเดี๋ยวจะคนเยอะ 

นั่งเมโทรไปเช่นเคย เหมือนสถานีมันเชื่อมกับลูฟร์เลยอ้ะ ก็เดินๆๆเข้าไป ซื้อตั๋วกับโปสการ์ดที่ร้านขายของชำด้านล่าง ราคาตั๋ว 9ยู โปสการ์ด 0.50ยู ค่าสแตมปืส่งมาเมืองไทยอีก0.85ยูโร ส่งเป็นที่ระทึกไปหาป๊ากับม๊า หลักฐานว่ามาเหยียบแล้วจริงๆนะ

 เข้ามาถึงก็เจอนี่ก่อนเลย!

พีระมิดหัวกลับ

ถ่ายแชะๆๆ แล้วก็เดินเข้าไปอย่างไร้เยื่อใยมากๆ(ก็ลืมไปหมดแล้วนี่หว่า ถ้าเพิ่งดุดาวิชีโค้ดจบแล้วไปนะ คงลึกซึ้งปลาบปลื้มมากกว่านี้)

วันนี้พี่ฝนไม่เข้าไปด้วย เพราะไปมาแล้วหลายครั้ง ออนก็โอเค เดี๋ยวลุยเอง

เดินเข้าไปก็งงเต๊กเลยครับ ใหญ่อ้ะ คนเยอะด้วย อะไรก็ไม่รู้เยอะไปหมด....แต่ก็อาศัยแผนที่ มองหาหน้าเจ้โมนา แล้วก็เดินๆๆตามป้ายไป

 

 ป้ายแบบนี้มีตลอดทาง

แต่ระหว่างทางก็ไปเจอกับของเด็ดที่ในหนังสือนำเที่ยวเค้าพูดถึงไว้ หยิบกล้องมาแชะๆๆ

The Winged Victory of Samothrace

สังเกตว่าอะไรดังๆคนก็จะมุงๆถ่ายเยอะๆ เราก็ตามน้ำไปปป

ระหว่างทางก็อีกแระ เจอสกัดดาวรุ่งด้วย พิพิธภัณฑ์นโปเลียน ก็เดินเข้าไปๆๆ

ข้างในหรูหราอลังการณ์ตามลไตล์ คล้ายๆกับแวร์ซายส์ เพราะเค้าว่าแวร์ซายส์สร้างแทนลูฟร์ เพราะงั้นลูฟร์ก็เลยเป็นวังเก่ามาก่อน

แต่ถามจริงๆแล้วออนชอบลูฟร์มากกว่าแวร์ซายส์อ้ะ!

ข้างในก็มีพวกเครื่องแก้วของท่านนโปฯ มีมงกุฎของท่าน นานาจิตตังของท่าน ไม่ค่อยได้ถ่ายรูป เพราะรีบๆด้วย(วันนี้โปรแกรมเยอะ) แถมมันก็นะ สวย...แล้วไง?(ไม่ซึ้งอีกแล้ว)

เดินออกตามหาป้าโมนาต่อ

ระเบียงgrand gallery

คนเยอะมาก ภาพก็ล้านแปด แต่ก็...ทำไมในหนังมันดูยิ่งใหญ่กว่านี้วะ!

รูปสองข้างทางนั่นก็สวยหมดแหละ แต่ข้าพเจ้าไม่ค่อยรู้สึกลึกซึ้งกับศิลปะแนวนี้มากนัก ก็มันมีแต่รูปพระแม่มารี พระเยซู โอเควาดเหมือนก็เลยไงอ้ะครับ เหมือน...ก็เหมือนไง ก็โอเคแล้วว่าเหมือนจะใ้ห้อะไรอีก

ป้าโมนาตัวจริง

อันนี้ยิ่งไม่รู้สึกซึ้งเลยครับ เหมือนเป็นไฟลท์บังคับถ้ามาลูฟร์ต้องมาดูป้าโมนา ต้องมาถ่ายรูป ป้าตัวเล็กมากกก มีการ์ดยืนคุมตลอดเวลา มีเชือกกั้นออกห่างแตกต่างจากรูปอื่น แถมยังมีกระจกกันประสุนล้อมอีกแน่ะ

หวงป้ากันจริงๆ

พูดถึงเรื่องรูปดังๆเนี่ยะ อีออนก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ แต่คิดว่า เพราะคนหนึ่งเริ่มบอกว่า

"เฮ้ยรูปนี้สวย"

คนต่อมากลัวไอ้คนแรกมันหาว่าไร้รสนิยมก็เลยว่าตามกันไปว่า "เออ สวยจริงด้วย"

แล้วพอคนเค้าว่า "สวยๆๆ" ทุกคนก็เลยบอกว่า "สวย"

...หรือเปล่า

ออกมาก็เดินตามหารูป Madonna of the Rockแบบในหนังดาวินชี เดินวนหาตั้งนาน กะว่ารูปนี้มันดังคนต้องมุง แล้วไง หาไม่เจอฮับ จะถึงทางออกของgrand galleryอยู่แล้ว ก็เลยต้องเดินวนกลับ แต่สุดท้ายก็เจอ

คงไม่ต้องบอกนะว่าอีออนรูปสึกยังไง

หลังจากจบเรื่องภาพเขียนดัง ก็ต้องไปตามดูรูปปั้นดัง

ป้าวีนัส สาวที่ว่าสวยสุดในโลกก

แอร๊ย เอ๊กซ์ค่ะป้า

เดินหลงไปหลงมาหาทางออกไม่เจอ มองหาแต่คำว่า"sortie(exit)"จนหลุดพ้นออกมาจนได้

รูปพีระมิดแก้วใจกลางลูฟร์ จากด้านล่าง

แสงสวยเน้ออออ

ถัดจากนั้น สิ่งที่อยากดูก็คือ ห้องของกษัตริย์นโปเลียนที่3 ที่เค้าว่าเป็นต้นกำเนิดของการแต่งบ้านแบบหลุยส์

เดินหลงagain วนไปออกเจอพวกศิลปะกรีกโรมันอะไรก็ไม่รู้ วนหาแทบตาย(ใหญ่เว่อร์ ทางซับซ้อนด้วย) แต่ในที่สุดก็เจอ คิดว่าคนจะเยอะ แต่เอาเข้าจริงๆแล้วทั้งลูฟร์คนมันก็เยอะอยู่แค่ที่ห้องป้าโมนานั่นแหละฟะ 

น่าน้อยใจแทนศิลปะอย่างอื่นโคตรๆ

อุ๊ยตาย....จัดห้องเหมือนที่บ้านออนเลยค่ะ

โต๊ะกินข้าวที่บ้านก็แบบนี้เหมือนกัน...บังเอิญจริงๆ

พอเถอะว่ะค่ะ เหอะๆๆ อลังการหรูเริ่ดโคตร แชนเดอร์เลียเยอะยังกับร้านขายโคมไฟเลยฮับ สวยแบบนี้เห็นใจคนทำความสะอาดเหมือนกันนะนี่ แล้วก็อยากรู้อ่ะ เมื่อก่อนไม่มีไฟฟ้า แล้วแชนเดอเลียมันจุดเทียน...ใครปีนขึ้นไปจุด??

ออกไปหาพี่ฝนหลังจากสมประสงค์ทุกอย่างแล้ว(จริงๆไปดูห้องอียิปต์นิดหน่อยแต่ไม่มีมัมมี่หรืออะไรให้น่าตื่นตาตื่นใจก็เลยเฉยๆ) แล้วก็ขึ้นไปข้างบนกัน

เจอกับพีระมิดแก้ว

คนเยอะจริงๆพับผ่า!

เพิ่งได้รู้สึกว่ามาเหยียบปารีส ประเทศฝรั่งเศสมันก็ตอนนี้ คือนี่เลย แบบที่เห็นตามทีวี ตามนิตยสาร ตามหนังสือนำเที่ยวว

ถนนสวย สะอาดด ป๊าดดด

บ้านเรือนสวยงาม อากาศดี

โอ๊วก๊อดดดดด

ผักชีว่ะค่ะ

ขอบอกเลยว่าแม่งผักชีโคตรๆ เมืองไทยที่ว่าผักชีแล้ว ฝรั่งมันผักชีกันได้เนียนมากกก

เข้าใจแล้วว่าทำไมป๊ามาแล้วถึงได้ประทับใจหนักหนา ก็เพราะว่าทัวร์มันพามาลงแต่ที่แบบนี้น่ะสิฟระ!!

เดี๋ยวมีหลักฐานความผักชีสุดตีรีนของปาริเซียง(รอก่อน)

หาข้าวเที่ยงกินแถวๆตรงข้ามลูฟร์นั่นแหละ ตอนแรกตั้งใจจะกินขนมที่ร้าน แองเจลิก้า ตามที่เจ้เจ้าของหนังสือนำเที่ยวบอกว่าร้านนี้ชอกโกแลตเทพสุดในฝรั่งเศสก็เดินหาอยู่นาน ไม่เจอว่ะ หิวก็หิวเสียเวลาเดินหาที่กินนี่แหละ ก็เลยตกลงกินอาหารญี่ปุ่น

อย่างตลกเลย กินหารญี่ปุ่นที่ฝรั่งเศส เห็นแก่พี่ฝนนะเนี่ยะที่ไมไ่ด้กินนานคงจะคิดถึง 

(รูปต๊ะไว้ก่อน วันนี้รูปเยอะโพดด)

นั่งเมโทรไป~เดอ ลา คองคอร์ด(เป็นอะไรกับเครื่องบินคองคอร์ด) เพื่อไปดูลานประหารหลุยส์ที่16

หน้าตาเสาโอบิลิกส์ ที่สร้างขึ้นตรงที่คุณหลุยส์ที่16เค้าโดนประหาร(กิโยตินหล่ะมั้งสมัยนั้่น)

เค้าว่ากันว่า เนี่ยะ หลุยส์ที่14เป็นคนสร้าง ริเริ่มความโออ่า หรูหรา ขูดรีดภาษีประชาชนมาสร้างวังอะไรแบบนี้

หลุยส์ที่15 ก็เอนจอย อารมณ์เกิดมาก็ได้ใช้สิ่งที่ท่านหลุยส์ที่14สร้างแระ สบายๆชิวๆ

หลุยส์ที่16 นี่ดวงดับมาก ซวย เจอประชาชนเค้าปฏิวัติ ล้างแค้น รับกรรม โดนประหารซะงั้น

...เหมือนจะตลก แต่หัวเราะไม่ออกว่ะค่ะ

 

เดินตัดข้ามถนนไปก็เป็นถนนชอง เซลิเซ่ ถนนชอปปิ้งที่คุณจะพบเจอคนไทยได้มากที่สุด(ที่ปารีสชอบเจอคนไทยตามแหล่งชอปปิ้งอ้ะ)

ชอปหลุยส์ และถนนชอง

เดินเข้าไปสอยหลุยส์มาสองสามใบ(ก๊ากกก) ไม่ใช่ละ เดินเข้าไปเชยชมเฉยๆเพราะที่ไทยคงไม่กล้าเข้า ที่นี่เห็นเป็นเอเชียก็แทบจะอุ้มเข้าไปในร้านแล้ว ก็เจ้คนญี่ปุ่นเล่นสอยกันเยอะยังกับใบละ199น่ะ

เดินขึ้นไปดูโซนนาฬิกา นาฬิกาแบบโอ สนนราคา 2500กว่ายูโร(ประมาณเกือบ1แสนไทย)((พี่แอนสนป่าว))

ถ้าพี่ฝนไม่ท้วงนะ ป่านนี้ออนได้สอยแล้วววว(ช่างกล้าพูดดด)

ตลกดี เดินถนนชอง แต่ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ ชองมันแพงหล่ะมั้ง 

เดินไปจนสุดถนนก็จะพบกับสะพานซึ่งมี ประตูชัยวางตั้งอยู่

คนเยอะ ถ่ายยังไงก็ไม่สวย

ไม่ได้ข้ามไปดู เพราะว่าอยู่ใต้ประตูก็ถ่ายอะไรไม่เห็น ใหญ่โตดี แต่ก็ไม่ได้อะไรมากไปกว่านั้น(จิตใจด้านชามากกก)

แล้วก็ลงใต้ดินไปไอเฟลต่อ

นี่ไงหลักฐานที่ว่าแม่งผักชี นี่คือไม่ได้ถ่ายรูปตัวสถานีมานะ คือข้างบนถนนชองน่ะ อะไรก้สวยอะไรก็ดี แต่พอแค่ลงบันไดเลื่อนเมโทรเท่านั้นหล่ะ

กลิ่นมา โสมา สกปรกมาเลย....แอร๊ยยย แม่ง ผักชี!!!

(รถไฟฟ้าบ้านเรานี่สวรรค์เหอะขอบอก)

นั่งรถไฟไปออกสถานีอะไรก็ไม่รู้ เพื่อถ่ายรูปวิวหอไอเฟลก่อน

มาเห็นกับตาแล้วรู้สึกขำๆไงไม่รู้ มันเหมือนเป็นของเล่นวางตั้งอยู่ยังไงไม่รู้ ดูแบบโด่เด่ โดดเดี่ยวไม่เข้ากับพรรคพวกอ้ะ

แล้วก็เดินเลียบๆไปจนไปโผล่ข้างใต้ไอเฟลเพื่อเก็บรูปอีกที

แดดดีรูปเลยสวยเนาะะะ

ไม่ได้ขึ้นไปดูข้างบนหรอก เพราะว่าคนเยอะมากกก เห็นแถวก็ถอยแล้ว บวกกับต้องเตรียมตัวเดินทางเย็นนี้ก็เลยไม่อยากหักโหมมาก แวร์ซายส์เมื่อวานทำเอาปวดตรีนยังไม่หาย

แล้วก็นั่งRERไปนอร์ตเทอดามส์เพื่อซื้อหนังสือนำเที่ยว แล้วก้นั่งเมโทรกลับที่พัก เหนื่อยอย่างตาย


 ในอุโมงค์รถไฟพี่เด็กแรฟก็ยังสามารถไปเพ้นท์ได้ สัญญาว่ามีแบบนี้ทุกประเทศที่ไป!

 ขอบอกว่าแม่งผักชีจริงๆ!!!

ตอนเย็นรีบไปจัดกระเป๋าก่อนเลย ส่วนพี่ฝนก็ไปหาห้องพักอะไรต่อให้เรียบร้อย(แต่ก็ไม่เรียบร้อยหรอก) ตอน4ทุ่มก็ออกเดินทาง(รีบร้อนโพดๆ)ไปสถานี gare du nordเพือ่ขึ้นรถบัสยูโรสตาร์ไปอัมสเตอร์ดัม

ขอบอกว่ารถแม่งแย่อ้ะ ค่าตั๋วก็แพง ที่นั่งเล็กก็เล็กแคบก็แคบ แง่มๆๆๆๆ ขัดจายยย

 

ตอนหน้าเราไปเที่ยวอัมเสอตร์ดัมกันเถอะ!!!

Comment

Comment:

Tweet

ฮาคอมเมนต์ออน
ห้องแบบหลุยส์ที่บ้าน XDDDD

เออเนอะ ผักชีฝรั่งเศสตชจริงๆด้วยแฮะ

#7 By freestyle! on 2009-05-20 07:57

เห็นเอนทรี่นี้แล้วอยากกลับไปเที่ยวอีกซักครั้งจังค่ะ

ปล. เรื่องข่มขืนไม่จำเป็นต้อง "สอดใส่" เสมอไปแต่เน้นว่า "กระทำกับ.." ค่ะ big smile

#6 By จุ๊บบุเคเค on 2009-05-07 01:54

สถานีที่เรานั่งรถบัสชื่อ Gallieni
ส่วน Gare du Nord เป็นอันที่เราไปเรื่อง TGV แล้วไปเจอเจ๊คุยนาน

#5 By phonn (77.104.19.230) on 2009-05-06 00:44

สถานีที่เรานั่งรถบัสชื่อ Gallieni
ส่วน Gare du Nord เป็นอันที่เราไปเรื่อง TGV แล้วไปเจอเจ๊คุยนานนั่นเอง

รูปวิวไอเฟล ถ่ายมาได้งามมาก

รออ่านเรื่องที่ Red Light เน้อออออ

#4 By phonn (77.104.19.230) on 2009-05-06 00:44

นั่งอ่านกับแม่ฉลองเนตมา
แม่ชั้นขำใหญ่เลย 555 ตั้งกะเรื่องโนอิงลิช
แต่ถ้าชั้นอยู่ตรงนั้นคงปริ๊ดเหมือนกันวะ....แง่ง อย่ามาเมืองไทยมั่งละกันเนอะ

ชั้นขำบรรทัดแดงๆของแกมาก
ตั้งกะป้าวีนัสยันห้องนโปเลียน

แหลมากกกกกกกกกก

เห็นด้วยกะประโยคสุดท้ายของพี่ปอย 555

#3 By invisible_man on 2009-05-06 00:44

อือแดดออกแล้วรูปเลิศมาก

นี่เขาให้ถ่ายรูปข้างในได้เยอะขนาดนั้นเชียว


จริงๆแล้วทั้งเสาของนโปฯ หอไอเฟล หรือพิระมิดมันก็สัญลักษณ์ทาง... เท่่านั้น อย่างที่แลงดอนพูดไง เหอๆ

อ่านที่แกพาเที่ยวนี่...ความงามปารีสลดลงไปเยอะว่ะ กร๊ากกกกกกก

#2 By โป้ย (58.8.110.66) on 2009-05-04 21:24

แหม่ คราวนี้อัพยาว

เมืองนักท่องเที่ยวเยอะก็งี้แหละมึ๊งงง

เออ จะว่าไป กูไม่แน่ใจว่าร้าน angelina ที่ชิดลม มันเครือเดียวกับที่ฝรั่งเศสอ้ะป่าว ไม่แน่ๆ


แหม่ช่างกล้าพูดแต่ละอย่าง ก๊ากกกกกกกกก




แต่ของเค้าอลังจริง ยอมรับ

#1 By ชาเขียวaddict on 2009-05-04 21:12