คำเตือน - เอนทรี่นี้ไม่ค่อยยาว แต่รูปเยอะ โหลดโหด แต่รูปสวยมาก!!!

Day5 - Amsterdam

นั่งรถยูโรสตาร์ หลับๆตื่นๆมาตลอดคืน(อารมณ์แวะปั๊มตลอดทางแล้วจอดปุ๊บก็เปิดไฟสว่างโร่ไม่มีเกรงใจปั๊บ) แถมที่นั่งยังเล็ก นอนไม่สบายวิตกจริตกลัวของหาย(ได้ข่าวมาว่า ถึงจะมายุโรปแต่ก็ห้ามวางใจ) สรุปก็เลยเหมือนไม่ค่อยจะได้นอนไปตลอดทั้งคืน

มาถึงสถานีรถที่อัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์(ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีหลายชื่อเหมือนกัน)ตอนเวลาประมาณตี5 อากาศหนาวสัด!!! 

และเนื่องด้วยทริปนี้คือว่ามาแบบแบ๊คแพ๊ค ไม่ไ้ด้เอากระเป๋าลากมา เอาแต่เป้มาก็เลยไม่อยากแบกอะไรหนัก(จริงๆคือเผื่อที่สำหรับของที่จะช็อป)ก็เลยไม่ได้เอาเสื้อแจ๊คเก๊ตตัวที่หนาที่สุดของพี่มา(กะว่ายังไงไปอิตาลีก็ต้องร้อน) 

แล้วยังไงเล่าคับบบ.... หนาวเหี้ย

เดินเ้ข้าไปในสถานีรถไฟAmstel ก็ยังไม่หายสั่น(ลงรถบัสต่อรถเมโทรไปโอสเทลที่จองไว้) เดินหาที่ซื้อตั๋วนานมากก็ไม่รู้ว่าจะซื้อตรงไหน ก็เลยเอาวะ เดี๋ยวค่อยไปหาเอาดาบหน้า เพราะมากันแบบไม่ได้เตรียมตัว หนังสือนำเที่ยวเพิ่งซื้อเมื่อวานก็ยังไม่มีใครแตะต้อง ประเทศนี้ไม่ได้แพลนไว้แต่แรกว่าจะมา ปุบปับอยากจะมาก็มากันซะอย่างนั้น (ตอนแรกแพลนว่าแค่ ปารีส-อิตาลีด้วยซ้ำ แล้วประเทศนี้มันงอกมาจากไหน?)

รถเมโทรที่นี่สะอาดกว่าที่ปารีส แต่ก็สกปรกกว่าบ้านเรา(รถบีทีเอสไทยแม่งประเสริฐ แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าอายุเป็นร้อยปีแล้วจะโสไหมนะ) พอถึงสถานี์ Nieuwmarkt ก็ลง เดินออกไปจากสถานีแบบงงๆ ที่นี่เค้าใจดีให้ขึ้นระบบขนส่วงมวลชนฟรีหรือไงหว่า สภาพเหมือนสถานีร้างอ้ะ ไม่มีนายสถานีหรือเจ้าที่แม้แต่คนเดียว

นั่นเป็นการนั่งรถไฟฟรีครั้งที่1

เดินหาโฮสเทลที่จองไว้ ไม่นานก็เจอ(หาไม่ยาก) จ่ายงงเงินเรียบร้อย แต่ยังเข้าไม่ได้เพราะห้องยังไม่ว่าง หอที่นอนวันนี้เป็น youth hostel แยกหอหญิงชาย ห้องละ4คน ห้องน้ำแยก เป็นครั้งแรกที่พักที่พักแบบนี้เช่นเดียวกัน อดวิตกไม่ได้อ้ะคับ(ปกติพักแบบไฮโซวท่านพ่อท่านแม่จัดให้...เหอะๆๆ) ฝากของไว้แล้วไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนจะออกตะลุยอัมสเตอร์ดัมแบบที่ไม่มีการเตรียมตัวมาก่อน

อาจจะเพราะว่าวิตกจริตมาจากปารีส ที่คนเค้าไม่พูดอังกฤษกับเรา(no english)ก็เลยเริ่มเครียดนิดนึงละ เพราะประเทศนี้มันมีภาษาประจำชาติ(ภาษาดัช)นี่หว่า ชิบหายแล้วตรูวววว!!~

เป้าหมายของการมาประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือ ฮอล์แลนด์ก็คือ ดอกทิวลิป

(เห็นได้จากที่ว่าอีออนบ้าคลั่งดอกทิวลิปมากในเอนทรี่ๆแล้ว)

คือจะอะไรก็ได้ เที่ยวไหนก็ไปจะมิวเซี่ยมอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่ออนขออย่างเดียวคือต้องไปดูดอกทิวลิป!!

เพราะว่าสำหรับออนแล้ว ฮอล์แลนด์=ดอกทิวลิป + กังหัน(แต่กังหันไม่ใช่ประเด็นสำคัญ)

เห็นประกาศโฆษณาที่ตรงโฮสเทสว่ามีสวนดอกไม้ที่แถวSchiphol(ชิพาว) ก็โอเคพี่ฝน ไปที่นั่นก่อนเลย ออนขอ

เดินกลับมาลงเมโทรอีกที เค้าว่าให้นั่งไปสถานีเซนทรัล แล้วก็ไปต่อถึงสถานีชิพาว แล้วก็นั่งรถบัสต่อ จริงๆอารมณ์นั้นก็ยังไม่รู้ด้วยเหอะว่าถ้าไปถึงชิพาวแล้วจะหาเจอไหม หรือว่าไปต่อยังไงแต่ก็นะ ไปตายเอาดาบหน้า

นั่งเมโทรไปเซนทรัล คราวนี้ที่เมโทรมีคุณเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบมายืนคุมแล้ว เค้าบอกว่า เนี่ยะตั๋วหล่ะ เราก็ยื่นไอ้ตั๋วที่ซื้อมาจากโฮสเทลไปให้(ยังไม่เข้าใจว่าใช้ยังไงด้วยซ้ำ+มีพี่คนไทยคนหนึ่งให้มา เค้าพักที่เดียวกันกำลังเชคเอ้าท์ พี่เค้ามาจากอังกฤษ หน้าตาแลดูไฮโซวมากก)

พี่ฝนก็ถามว่า ใช้ยังไง....เค้าก็อธิบายๆๆ ด้วยภาษาอังกฤษ!!~ย้ำ้ว่าภาษาอังกฤษ และสำเนียงดีมาก!!~

แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี(ระบบขนส่งมวลชนที่นี่เข้าใจยากเหมือนกันนะ) ก็เลยบอกว่าเนี่ยะอยากได้ตั๋ววัน พี่แกก็กุลีกุจอเดินนำไปที่เครื่องขายตั๋ว กดๆๆให้ดู บอกจะไปSchiphol พี่แกก็จัดให้ๆๆ ถามว่า โอเคไหม เราก็โอเคคร่า เดี๋ยวหนูทำต่อเองแล้วพอพี่แกไป...เราก็ไปต่อไม่ได้555 มันมีปัญหาที่การจ่ายเงิน(บัตรพี่ฝนจ่ายไม่ได้แล้วไม่มีเศษหรือยังไงนี่หล่ะ) ก็เลยไปซื้อกับคนเอาดีกว่า เจ้าหน้าที่ก็พูดภาษาอังกฤษด้วย สะดวกสบายสุดๆ

ซื้อตั๋วแบบ2วันมา ด้วยราคาประมาณ11ยู(1วัน7ยู)

แล้วก้นั่งรถไปสถานีเซนทัล ตกลงว่าจะไปซื้อตั๋วไปบรัสเซล(เบลเยี่ยม)ก่อน แล้วค่อยไปชิพาว  ก็ผ่านฉลุย แถมออนได้ราคาตั๋วเด็กอายุต่ำกว่า26มาอีกแน่ะ ดีเหลือเกิน

ขึ้นไปหารถไฟที่จะไปSchipholแล้วก็เข้าไปยืนตรงรอยต่อระหว่างขบวน(ณ ตอนนั้นไม่รู้ว่าบัตรที่ตัวเองมีอยู่ใช้ขึ้นรถไฟที่ออกนอกเมืองไม่ได้) ก็ยืนชิวไป พี่ฝนก็คุยโทรศํพท์กับน้องสาวอะไรว่าไป รถไฟแอบหวานเย็นเล็กน้อย แต่สุดท้ายเราก็ลงที่สถานี Schiphol ซึ่งเป็นสนามบินอ้ะคับ ขึ้นไปแบบงงๆ แล้วก็เจอburger King กับซุปเปอร์ เลยแวะซุปเปอร์ซื้อน้ำก่อน น้ำที่ซูปเปอร์ถูกมากกก แถมเย็นเจี๊ยบ(ไม่เหมือนปารีส) มีให้เลือกเยอะมาก รักซุปเปอร์นี้เหลือเกิน หลังจากนั้นก็ไปซื้อเบอร์เกอร์กินกัน ก่อนจะออกไปหารีสบัสไป keukenhof สวนดอกทิวลิปที่1ปีจะเปิดแค่ช่วงspringเป็นเวลา2เดือนเท่าน้านนน

อีออนแม่งโชคดีมาได้จังหวะพอดี!

 

รถบัสไปคูเคนฮอฟฟ บนรถเจอพี่คนไทยอีกกลุ่มนึง(ไฮโซวอีกแล้ว)ก็คุยๆกันนิดนึง  พี่ฝนก็ถามเค้าเรื่องไปเมืองBrugge ที่เค้าว่าเหมือน little venice คือตอนแรกกะจะอยู่อัมสเตอร์ดัม1วันครั่งแล้วไปบรัสเซลอีก1วันครึ่ง ไรงี้ แต่พี่ฝนก็แอบอยากไปbrugge แล้วพี่เค้าว่า "สวยมากก เหมือนเมืองตุ๊กตาเลย" ก็เลยเอาเป้นว่า อัมสเตอร์ดัมจ๋าอยู่แค่วันนี้ก็แย้วกันน้าาาา (ใจง่ายกันสุดๆ เปลี่ยนแผนกันเป็นว่าเล่น)

นั่งรถไปนานพอควร คนเต็มรถ แต่ในที่สุดก็มาถึง

 

ค่าเข้าแพงอยู่เหมือนกันนะ 13.5ยูแน่ะ

แต่พอได้เข้าไปเท่านั้นหล่ะ คุ้มมมมมมม!!!~

 

สวยปานนี้จะยังว่าไม่คุ้มอีกเหรอ?

หรือขนาดนี้

สวยได้ตอแหลมากๆ

 

สวยโว๊ยย สวยโว๊ยยยย

มือนี่แบบกดชัตเตอร์เป็นระวิง เริงร่าท้าทิวลิปมากๆ วิ่งพล่าน ถ่ายนั่นนี่ทั้งๆที่โคตรเจ็บเข่า  แต่เห็นแบบนี้แล้วใครจะไม่ถ่ายฟระะะะ

สวยๆๆ สวยๆๆ สวยๆๆ สวยไปทุกสิ่งอัน สวยจนอิ่มอ้ะ(อารมณ์ว่าแบบ สวยไปหมด มองไปทางไหนก็สวย สวนจนเออ พอและรู้ว่าสวยแล้วนะ เหมือนไปน้ำตก แรกๆก็ได้ยินเสียงน้ำตกจนรำคาญ แต่อีกซักพักก็จะไม่รู้สึกถึงเสียงน้ำตกแล้วอะไรแบบนี้อ้ะ แต่อันนี้ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกว่ามันสวย แต่มันสวยจนอิ่มไง)

และด้วยเพราะวันนี้ต้องรีบทำเวลา ก็เลยไม่รู้จะอยู่นานทำไมในเมื่อก็อิ่มแล้ว(จริงๆถ้ามีเวลาน่ามาขลุกทั้งวัน สวรรค์ของกล้องDSLRชัดๆ) ห่อข้าวมากินอะไรแบบเน้...โอ๊ยย เริ้่ด) แถมปวดขาแบบอยากตาย(ผลของปารีส3วันชนิดหักโหมเริ่มทำพิษ) ก็เลย พอเหอะพี่ กลับเหอะ 

ขากลับนั่งรถรถบัสกลับไปschiphol ทั้งรถมีอยู่สองคน(เอิ๊กๆ) ค่ารถคนละ6ยู(แพง!) แมยังไปเจอรถติดอีกตะหาก ตลกดีเหมือนกัน กลับถึงสนามบินก็เข้าห้องน้ำฟรี(สะอาดด้วย) แล้วก็นั่งรถไฟฟรี(รอบ2)กลับสถานีเซนทรัล

บ้านเมืองแถวๆนั้น สไตล์นั้นเกือบทุกหลังเลยครับ ในตัวเมืองนี่จะหาบ้านแบบสมัยใหม่นี่แทบไม่มี น่ารักโพดๆๆยังกับอยู่ในเทพนิยาย

โปรแกรมต่อจากนี้คือ Van Goh Museum 

จริงๆแล้วออนไม่ใช่คนที่ชื่นชอบศิลปะ แต่ชอบรูปthe starry night ของทั่นแวนแบบไม่มีเหตุผลอ้ะ ชอบบ ชอบบ ชอบบบบ ชอบบบบบบบบบบบ

(ใครว่าข้าพเจ้าหัวใจด้านชา อีออนก็ลึกซึ้งในศิลปะเป็นเหมือนกันนะ)

ก็เลยช่วยไม่ได้ที่อยากจะไปเห็นของจริงให้เป้นเรื่องเป็นราว

นั่งรถtram(รถราง)ไปลงสถานี Van Woostraat ค่าเข้า15ยู(แพง!!)


เสียดายที่ข้างในถ่ายรูปไม่ได้ จริงๆมันก้ไม่ค่อยมีอะไรหรอก เพราะจริงๆรูปที่ชอบมากๆของทั่นแวนฯก็มีอยู่ที่กี่ภาพ ส่วนมากจะสไตล์อะไร nightๆ ตอนที่ไปเค้ากำลังจัดนิทรรศการ The color of the night เพราะงั้นภาพที่ชอบก็เลยกระจุกตัวอยู่ในงานนั่นทั้งหมด รูปอื่นๆถามว่าสวยไหมก็สวย ชอบวิธีวาดแบบนี้เพราะงั้นดูของท่านแวนฯก็เ้ลยรู้สึกว่าซึ้งกว่าไปดูลูฟร์ทั้งพิพิธภัณฑ์ซะอีก

Starry Night Over the Rhone

อันนี้คืออันที่ชอบมากกก

The Starry Night

ชอบบบบบบ!!!! ชอบจัดก็เลยยอมเสียเงินซื้อของที่ระลึกมา โปสการ์ดใบละ0.80ยูก็สอยมา3ใบ ไอ้รูปไนท์ๆนี่หล่ะ แต่เสียดายชะมัดที่หายพร้อมกระเป๋าพี่ฝน (ถ้าได้ไปอีกซื้อมาให้ออนด้วยน้า)

 

ต่อตอนหน้าละกัน ยาวเกินละะะะ

Comment

Comment:

Tweet

confused smile บริการนำเที่ยวในพื้นที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก สนุกกันแบบครอบครัว,เป็นกลุ่มคณะ หรือส่วนบุคคล มีทริป (ฤดูฝน).- ล่องแก่ง-เดินป่า-น้ำตกทีลอซู-ทีลอเล,ล่องแก่งอุ้มผางคี,น้ำตกโคทะ,Home Stay,นั่งช้าง,ทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ฯลฯ
สอบถาม โทร 089-2705082,089-7029721
ขอบคุณค่ะ

#5 By supin616 (118.172.211.99) on 2009-05-25 12:12

กรีสสสสสสส ทิวลิป
สวยสุดชีวิตตตตต อร๊ากกก

ออนโชคดีอ้ะ ไปตรงช่วงสะพรั่งพอดี
งามงด ๆ

#4 By freestyle! on 2009-05-20 07:52

เมื่อวานไม่ทันเม้นท์ โกเมนๆ
ชอบสวนเทเลทับบี้อ้ะตัววววว
อยากไปเริงร่าดี๊ด๊าแถวนั้นมั่ง
ดอกๆ เน้นๆ ออกกันแบบกลีบกระทบกลีบอย่างงี้

สวยยยยอ้ะ

แวนโก๊ะมิวเซียมก็สวย เหมือนที่เล่าไปวันนั้น เห็นรูปที่พิมพ์ลงบนกระเป๋าของเพื่อนแล้วชอบ อยากได้มั่ง

ว่าแต่เสียดายโปสการ์ดแทนว่ะ

#3 By invisible_man on 2009-05-08 12:24

keukenhof สุดยอดด ! :]

#2 By peachtje on 2009-05-08 05:32

ดอกไม้สวยจังcry cry

#1 By froZen on 2009-05-07 21:31