คำเตือน - เอนทรี่นี้ไม่ค่อยยาว แต่รูปเยอะ โหลดโหด

Day5 - Amsterdam

 

คราวที่แล้วจบกันที่ Van Goh museumชิมิ 

(เพิ่มเติม - เพิ่งไปอ่านเจอว่า รูปthe starry night ของจริงอยุ่ที่ NYC...แล้วชิปเป๋งหล่ะ ไอ้ที่เราเห็นมันของจริงป่าวฟระ ถ้าไม่ใช่นี่เสียใจจับเส้นเลยนะนั่น)

หลังจากนั้นก้นั่งรถtram มั่วๆไป หาทางกลับ central station อย่างเดียว การเดินทางขนส่งมวลชนในอัมสเตอร์ดัมไม่ยาก นั่งมั่วๆถ้ากลัวหลงก็กลับไปเริ่มใหม่ที่central stationลูกเดียวเลย แต่คราวนี้กะว่าจะไปดูmuseumอะไรต่อก็ไม่รู้ เลยนั่งไปลงสถานีSpui  เดินหาร้านที่คิดว่าในไกด์บุ๊คเรคคอมเมนกินเป็นข้าวเที่ยง แต่ก็นะ ส่วนมากมีแต่บาร์ กินเบียรก์กันแต่หัววันเลยฝรั่งพวกนี้ ก็เลยนะมื้้อนี้เอาถูกๆละกัน ก็เลยจบลงที่sanck bar

หน้าตาอาหารมื้อนี้ ธรรมดาสามัญมากๆ 

กินเสร็จก็ไปเดินหาmuseumที่ว่าจะไปแถวๆนั้น แต่ปรากฏว่าค่าเข้าmuseumแพงมาก แถมก็แบบ ดูเล็กๆคนเยอะๆ ก็เลย ไม่เข้าดีกว่า(ซะงั้น!) ก็เลยว่าจะไป Dam square

บรรยากาศบ้านเรือนในเขตcentral สไตล์นี้กันหมด

dam square มาถึงแว้ว มาแหล่งชอปปิ้งเมื่อไหร่เจอคนไทยเมื่อนั้นสิน่า!

ตอนที่ไปนี่ palaceปิดปรังปรุงเป็นเวลา 1 ปี ก็เลยอดดูไปตามระเบียบ เดินเล่นแถวๆนั้นพร้อมกับหาทางไป Begijnhof (court yard) ซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรหรอก แต่ก็จินตนาการไว้ว่าใหญ่โต เพราะติดtop10 must see in Amsterdam ตามชื่อหนังสือ แต่พอมาถึง ปรากฏว่า.....

Grand canal ระหว่างเดินหลง

 

 ทำไมคลองแสนแสบบ้านเรามันไม่ดูโรแมนติกแบบนี้มั่ง

เดินหลงก็เลยหาทางกลับไปนั่งรถtramเหมือนเดิมชัวร์กว่า นั่งไปลงสถานีSpuiเช่นเดิม...

งงมาก สถานนีนี้ลงมา2รอบแล้ว กะว่าถ้ามีสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆขนาดนั้นก้ต้องมีป้ายขึ้นหราแหละว่าไปทางไหน แต่ทำไมรอบแรงถึงได้พลาดไปได้ฟระ(มีป้ายแต่เล็กมาก ไม่สังเกตนี่แทบจะมองไม่เห็น)

สรุปแล้ว มันอยู่ในตรอกครับทั่น!! แบบตรองมากๆ คือข้างๆเป็นถนนสายชอปปิ้ง ห้างร้านเต็มไปหมด แต่พอเลี้ยวเข้าซอกหนึ่งเท่านั้น ก็เจอแล้ว (อารมณ์อยู่ตำตาแต่หาไม่เจอ)

Begijnhof (court yard) เนี่ยซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรหรอก แต่ก็จินตนาการไว้ว่าใหญ่โต เพราะติดtop10 must see in Amsterdam ตามชื่อหนังสือ แต่พอมาถึง ปรากฏว่า.....

เป็นเหมือนบ้านคนมากระจุกอยู่ในนั้นล้อมรอบสนามหญ้าเป็นวงกลม บ้านแต่ละหลังก็เหมือนบ้านข้างนอกอย่างที่เห็นได้ทั่วๆไป แต่ทว่ามีขนาดเล็กกว่า..แล้วที่สำคัญ บ้านเหล่านี้มีคนอยู่จริง!~(อยู่ไปได้ไงฟระ)

Begijnhof เนี่ยะ คือมันจะเหมือนกับ คานทองนิเวศน์ อารมณ์นั้น เป็นที่ๆสาวโสดมาอยู่รวมกัน สาวโสดที่่ชอบเข้าโบสถ์ รักศาสนาแต่ไม่อยากบวชเป็นแม่ชีอะไรทำนองนั้น คานทองนิเวศน์ชัดๆเลยนะนั่น

ข้างในมีโบสถ์เล็กๆด้วย เข้าไปชะแว๊บดูนิดนึงก้ร้อนกายร้อนใจจนรีบออกมาไม่ทัน(ไม่ใช่ละั) คือข้างในเค้ากำลังมิซซากันเลยอ้ะคับ ไอ้พวกนอกรีตอย่างเราก็หนีไปไกลๆดีกว่า

 

ณ อารมณ์ตอนนั้นก็เริ่มเหนื่อยแล้ว ทริปฝรั่งเศสดับนรก3วันเริ่มส่งผล เพลียมาก ไม่อยากจะทำอะไรแล้วนอกจากเดินชอป(กร้าก คอนเซปป์เดิม)

เดินๆ ได้ของนิดๆหน่อย ของกินก็ไม่มีอะไรให้ลิ้มลองเท่าไหร่ เดินเรื่อยเปื่อยก็เริ่มกลัวว่าตั๋ววันจะใช้ไม่คุ้มก็ลยนั่งรถtramเล่น ลงๆขึ้นๆอยู่หลายทีเพราะจะักลับไปเปลี่ยนตั๋วที่central stationว่า เนี่ยะจากที่จะไปบรัซเซลพรุง่นี้จะไปบรูคแทนได้ไหม ก็นะ...เปลี่ยนแผนกระทันหันอีกแล้ว

ก็ใครจะไปรู้่อ้ะว่าอัมสเตอร์ัมมันเล็กขนาดนี้ เที่ยวครึ่งวันก็หมดแล้ว!(เพราะครึ่งหนึ่งของที่เที่ยวเป็นmuseum)

ไปที่สถานี เจ้าหน้าที่บอกเปลี่ยนไม่ได้ ก็หงุดหงิดๆนอยด์ๆกับพี่ฝน แล้วก็ตกลงว่า โอเคไปบรัซเซลก่อนแล้วค่อยหารถต่อไปบรูค แล้วก็ออกมาหารถtramนั่งเล่น

แล้วจู่ๆตอนที่กำลังกางแผนที่เพื่อที่จะหาว่านั่งสายไหนดี ก็มีพี่คนไทยเข้ามาทักว่ามีอะไรให้ช่วยไหม หลงหรือเปล่า อะไรแบบนี้

โอ้....ดีจัง วันนี้ที่อัสเตอร์ดัมเจอคนไทยตั้ง3รอบ แถมเจอแต่คนใจดี แฮปปี้ๆคับ

พอตกลงได้ ก็นั่งสายอะไรไม่รู้ที่มาตอนนั้น แล้วก็นั่งออกนอกเมืองไปเรื่อยๆ เจออะไรน่าลงก็ลง ปรากฏว่าเจอpark ก็เลยลง(ใจง่าย) เดินเล่นไป


 สโลแกนเมืองเค้าหล่ะ

หลังจากเดินเล่นที่สวนเสร็จแล้วก็ขึ้นtramสายไรไม่รู้มั่วไปออกนอกเมือง ดุบ้านเรือนเค้าเรื่อยเปื่อย แล้วพอสัก6โมงเย็นก็กลับมาที่dam squareอีกรอบ เพราะพี่ฝนมีเป้าหมายเป็น Red Light

หิวแล้ว...ก็เลยหาอะไรกิน เจอร้านขนม ไม่แน่ใจว่าชื่ออะไร แต่คนเยอะแล้วก็ ขนมน่ากินไม่ไหวแล้ว!!

หน้าร้าน ขนมหน้าาหลากหลาย แต่น่ากินไปทุกสิ่งอัน

สตอเบอรี่น่ากินสุดใจจจจ

เห็นลูกค้าคนอื่นเค้ากินไอติมดคนกัน ก็เลยลองสักหน่อย ล่อไป3ยู

สั่งราดพิตตาชิโอ้ไปหล่ะ ส่วนไอติมนั่นไซร้รสวานิลาหล่ะ อร่อย!!

อาการศหนาวจับจิตแต่ก็ยังกินไอติมกันได้ลงคอ

 

อันนี้ขนมที่ซื้อ น่าจะ5ยูได้มั้งอันนี้

อร่อยยยยย

 นั่งกินไปพักนึงก็อิ่ม(เหลือวัฟเฟิลครึ่งชิ้น) ก็เดินหาเบียร์กิน(ในหนังสือเค้าว่า มาอัมสเตอร์ดัมต้องกินเบียร์) ก็นะ...สักหน่อย

บาร์ชื่อ Hard Rock อยู่ข้างๆgrand canal ร้านเล็กๆ ข้างในตกแต่งแบบร็อคๆ เิปิดวีดีดอเพลงร็อคของGun 'n rose  

เบียร์ของข้าพเจ้า มาamsterdam ก้เลยต้องกินเบียร์ amstel (คุ้นๆว่ายี่ห้อนี้เคยมีขายที่ไทยใช่ไหม)

ปรากฏว่ารสชาติแม่งไม่เห้นจะแตกต่างจากที่ไทยเลย เซ้งสราดดด

ไวน์ขาวของพี่ฝน หวานๆอร่อยดี

พอกินเสร็จก็เดินตามหา red light แหล่งขายบริการอย่างถูกกฎหมาย(คล้ายๆพัฒน์พงษ์บ้านเรา) คือสาวๆเค้าจะแต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อยอยู่ในตู้กระจก(ข้างในตู้มีเตียง อ่างล้างหน้าไว้เสร็จสรรพ) อารมณ์ว่าถ้าคนไหนถูกใจก็ตกลงราคากัน โอเคเซยเยสก็เข้าห้อง ปิดม่านปิดไฟ แล้วก็.....(ทำธุรกิจของเค้าไป)

อันนี้คือที่พี่ฝนรีเควสนะ!(ออนไม่เกี่ยว555) 

ทั้งซอยแม่งมีแต่ผู้ชาย

คือตอนแรกไม่รู้ไงว่ามันคืออะไร พอมาเจอแล้วแบบ เอ้อนะ....มันเป็นอย่างนี้นี่เอง!

ที่สำคัญ สาวๆน่ะสวยๆทั้งนั้นเลย...จนแบบ ตรูอยากเป็นผู้ชายว้อยยย(ซะอย่างนั้น)

จบ red light ตามที่ อยากเห็นนักหนาแล้วก็เดินกลับหารถtramขึ้น ระหว่างทางเห็นเปิดไฟสวยดีก็เลยถ่ายมา


 สวยเนาะ ยุโรปมันก็สวยแบบนี้หล่ะ

กลับไปcentral stationแล้วนั่งเมโทรกลับNieuwmarkt แล้วก็เข้าโฮสเทลอากาศหนาวสราดอีกแย้ว คราวนี้ขึ้นห้องได้แย้ว ก็เจอกับสาวสวยชาวมะกันสองคน ที่มาท่องเที่ยวยุโรปเป็นเวลาสองเดือน(น่าอิจฉาโพด) เป็นเมนของเราคืนนี้

ห้องพักก็ไม่ได้แย่นะ แคบๆแต่สะอาดสะอ้านดี เป้นเตียงสองชั้น2เตียง ข้างในมีอ่างล้างหน้ากับกระจกให้ ส่วนห้องน้ำกับน้องหาบน้ำรวมต้องไปอาบข้างนอกฮับ

ให้ฟีลเหมือนกลับไปอยู่หออีกรอบ(แต่สะอาดแล้วก็น่าอยู่ว่าที่หอเย้อะ) สรุปแล้วคืนนั้นก็หลับสบายดีอ้ะคับ 

ตอนหน้าไปเที่ยวเมืองBrugge ประเทศเบลเยี่ยมที่เค้าว่าเป็น small veniceกันเต๊อะ!!

 

 

 

 

อันนี้นอกเรื่อง เมื่อวานไปดู Angle&Demon มา สนุกอ้ะ อร้ากกกกก สนุกมาก อยากดูอีกรอบ  สนุกกว่าดาวินชีโค้ดอีก แถมฉากในเรื่องเกือบหมดข้าพเจ้าก็ได้ไปเหยียบมาแล้ว ได้อารมณ์ขึ้นเป็นกอง แต่ในหนังดัีนสวย+ยิ่งใหญ่กว่าของจริงซะงั้น ไว้ถึงเอนทรี่อิตาลีแล้วมาตามรอยอีตาคุณโรเบิร์ต แลงดอนกัน

ช่วงนี้งานเข้ามากมาย เริ่มลงคลีนิคและงานแลปก็เริ่มมาแล้ว แต่อ.ดันงี่เง่าสั่งปิดแลป16.30 ป๊าดด แล้วจะเอาเวลาที่ไหนทำงานฟระท่าน งานก็เท่าเดิมแต่เวลาน้อยลง แถมยังสั่งให้ห้ามเอาของไว้ที่ห้องแลป บ้าไปแระ ใช้ตาปลาคิดแน่ๆ อย่านะ มากดดันมากๆเดี๋ยวปิดห้องแลปประท้วง เผาโต๊ะแปล ปล่อยgas ปล่อยแอลกอฮอล์หลังห้องขึ้นมาแล้วเดี๋ยวจะหนาว...เอาจริงนะเฟ้ย

ขึ้นคลีนิค ตอนแรกก็ไม่ค่อยตื่นเต้นหรอก แต่พอต้องไปเชิญคนไข้คนแรกมาที่ยูนิตนี่แบบ อร้ากกกก ตื่นเต้ลว้อยยยย!!! แล้วเหมือนตลอดเวลาที่ทำคลีนิคนี่แบบจะอะดรีนาลีนหลั่ง พอจบคลีนิตคนไข้กลับแล้วนี่แบบหมดแรงเลยอ้ะ เหนื่อยมากก แต่ก็ยังต้องปทำวิจัยต่อ กลับบ้าน3ทุ่ม 4ทุ่มกว่านี่ก็ลืมตาไม่ไหวแล้ว

ชีวิตแม่งแ่ย่จริงๆนะ

ปล.พอมารู้ตัวว่ามันไม่ใช่...ก็สายเกินกว่าจะถอยหลังเสียแล้ว

Comment

Comment:

Tweet

คานทองที่นั่นน่าอยู่แฮะ มีสนามหญ้าเทเลทับบี้อย่างที่ชอบด้วย

ชอบป้าย I amsterdam กับซอยเรดไลท์

สายที่มันระโยงระยางในเมืองนี่มันคือสายรถรางหรืออะไร? สงสัยembarrassed

ปล.เห็นมันฝรั่งทอดแล้วอยากกินตะหงิดๆ

#6 By invisible_man on 2009-05-23 23:17

น่ากินทุกสิ่งอัน
มันฝรั่งทอดชิ้นเบ้อเริ่ม

ดูจากรูป สวยจังงงบ้านเมืองอะนะ คลาสสิคๆ

ขึ้นคลีนิค พยายามเข้าเน้อ สู้ๆ

#5 By freestyle! on 2009-05-20 07:50

อะไรกันยะ Red Light พี่รีเควส
แต่มันใครก๊านนนนน ที่บอกว่าชอบประทับใจ

อ่านแล้วคิดถึงอัมสเตอร์ดัมอ่ะออน อยากไปอีก

#4 By phonn (92.102.26.224) on 2009-05-19 22:58

พระเจ้าช่วย ข้าวเม่าทอด...!!!!
มาอัพไปหลายตอนแล้วรือ?? อ๊ากกกเด๋วค่อยย้อนหลัง

เบอร์เกอร์ฝรั่ง...ผักน้อยจัง...แต่ชิ้นใหญ่มาก
ร้านเบเกอรี่...น่ากินไปทุกอย่างเลย
สตรอเบอรี่คับทาร์ตจริงๆ

วะฮู๊ววว...ลุ้นระทึก Red Light
หน้าตาไกด์ดูกระดี๊กระด๊า ชอบกล 55++
(อ่ะ...ล้อเล่ง) question

ไปดูมาแล้วเหรอ Angel & demon
ตั้งใจจะไปดูเหมือนกัน ต้องหาเวลาไปดูมั่งแล้ว
ถ้าน้องออนคอนเฟิร์มแบบนี้ double wink

ปล...พยายามเข้า สู้ๆ อย่าเพิ่งท้อ พี่รอให้น้องออน
มาทำฟันให้พี่อยู่ อยากทำฟันให้ขาว surprised smile ฮี่ๆๆ

#3 By miharu on 2009-05-16 10:47

strawberry & ice-cream น่ากินมากกกกกกกก

#2 By Googigg on 2009-05-15 23:45

เคยไป court yard อ่ะค่ะ จำได้ว่าเค้าห้ามส่งเสียงดังด้วย = =

่ชอบอัมสเตอร์ดัมจัง big smile

รออ่านตอนต่อไปนะคะ

#1 By peachtje on 2009-05-15 23:34