คำเตือน - เบื่อที่จะเตือนละ

Day5 - Brugge

หลายคนอาจจะงงว่าเมืองบรูคนี่คือที่แห่งหนใด....จริงแล้วก็คือ เมืองๆหนึ่งที่อยู่ในประเทศเบลเยี่ยม ได้รับคำสรรเสริญว่าเป็น small venice และพี่คนไทยที่เจอ ณ อัมสเตอร์ดัมบอกว่างามงดมาก ไม่ไปทัศนาเสียหน่อยก็คงจะเสียหมาน่าดู 

ก็เลยปุบปับจัดทริปไปกันง่ายๆ โดยการตื่นตั้งกะตี5 ไม่อาบน้ำแต่ล้างหน้าแปรงฟันแล้วเชคเอ้าท์จากโฮสเทล(เมื่อคืนหลับสบายโพด สงสัยจะเพลียจัด) นั่งเมโทรไปลงสถานีcentralเจ้าเดิม แล้วหารถไฟเที่ยวแรกไปบรัสเซล(เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม) หาข้าวเช้ากินในสถานีนั่นแล ก็คือ วัฟเฟิลที่เหลือมาจากเมื่อวานเย็น แล้วก็แซนด์วิชกับลิปตันไอซ์ที กรีนทีไอซ์(เหมือนว่ายังไม่มีขายในไทยรึเปล่า?) สนนราคารวมไป5.8ยูได้

นั่งรอไปพักนึงรถไฟก็มา อากาศหนาวจังรัยมากก แบบสั่นแล้วสั่นอีก 

รถไฟมา รีบขึ้นรถไฟเลยฮับ 

บรรยากาศในรถไฟ ขอบอกว่าสบายกว่าอีรถยูโรสตาร์นั่นเป็นกอง!

นั่งไปเรื่อย รถไฟก็ค่อนข้างหวานเย็นมั้ง นั่งไปเรื่อยกินแซนด์วิชหมด กินน้ำหมดก็พยายามหลับชดเชยที่วันนี้ตื่นเช้า แต่ก็เจือกไม่หลับ เลยนั่งเหม่อมองวิวข้างทางไปเรื่อย

เนเธอร์แลนด์นี่มันเป็นประเทศการเกษตรชัดๆ(รึเปล่าวะ?) เพราะมองไปข้างทางมีแต่ทำไรทำนาทำสวนดอกไม้...อุตสาหกรรมดอกไม้ส่งออกเป็นส่วนหลักของประเทศรึเปล่า??

นานมากกกก...แล้วก็มาถึงบรัสเซล

 

 สถานีดูแบบ...แอบกากเล็กน้อย

พอถึงเวลาลงปรากฎว่าเจือกเคลิ้มจะหลับ(ตลอดอ้ะ!) แล้วก็ปรากฎว่า กระเป๋าพี่ฝนหาย(ขออภัยที่ต้องตอกย้ำนะฮับพี่) คือตอนแรกพี่ฝนว่าจะเอาไว้ข้างล่างไง แต่อีออนเป็นคนบอกว่าเอาไว้ข้างบนเหอะ เพราะเห้นว่ารถไฟคนน้อยแถมไม่ได้ไปอิตาลีไม่น่าจะมีอะไร แต่ก็ดันหายซะได้(ขอโต๊ดนะกั๊บ)

อัพเซตกันไปพักใหญ่กว่าอารมณ์จะเข้าที่เข้าทางก็ต้องใช้เวลาเล็กน้อย และที่ชิบหายที่สุดก็คือ ไอ้หนังสือนำเที่ยวเมืองที่เหลือๆดันอยู่ในกระเป๋าหมดเลย ชิบเป๋ง อันนี้คือยิ่งกว่าเริ่มต้นด้วย0 อันนี้ถึงขั้นติดลบกันไปเลยทีเดียวถ้าไม่เจอร้านหนังสือก็คือต้องไปซื้อเอาตามเมือง ณ วันนั้นเลย...โอ้ว ชีวิตต!!

เข้าไปในสถานี สถานีดูทันสมัยจนน่าแปลกใจเล็กน้อย แอบคาดหวังว่าจะเจออะไรเก่าๆคลาสสิคๆแบบสถานีcentralของอัมสเตอร์ดัม ก็เลยผิดหวังนิดๆ เดินไปซื้อตั๋วไปบรูคกับคนขายตั๋ว บัตรเครดิตพี่ฝนรูดไม่ได้ เงินสดข้าพเจ้าก็จะหมด ก็เลยใช้บัตรเดบิตรูดปรื๊ดด....อานุภาพของมันช่างน่ากลัว

ตอนแรกพี่ฝนบอกว่าประทับใจหนักหนากับบรัสเซลว่าคนพูดอภาษาอังกฤษด้วย ไ้อ้เราก็คาดหวังไว้สูงแต่พอมาเจอกับตัว...เหอะ ก็คงดีมั้งถ้าเทียบกับปารีสแต่ถ้าเทียบกับอัมเสอตร์ดัมแล้ว แม่งกากว่ะ!

ประเทศนี้ขอบอกว่าสับสนในชีวิตมาก คือเค้าไม่มีภาษาประจำชาติไง เหมือนใกล้ประเทศไหนก็พูดภาษานั้น เวลาประกาศอะไรก็ต้องมีแบบ3ภาษาเลยมั้ง ดัช ฝรั่งเศส เยอรมัน เอากับเค้าสิ!

ค่ารถไปไปกลับตกคนละเกือบ20ยูได้(มั้ง?) พลังรูดปรื๊ดทำให้เราจำราคาไม่ได้

นั่งรถไฟไปบรูค แบบที่ไม่มีความรู้อะไรเลย

 

รถไฟไปบรูค หรูกว่าขามาเล็กน้อย

ตอนนี้เลยนอยด์เลยไง หนีบกระเป๋ากันสุดชีวิต แล้วก็นอยด์แม่งยันจบทริปเลยอ้ะ

นั่งไปก็บ่นๆกันเรื่องกระเป๋าหาย บ่นว่าเสียดายฟิก บลาๆๆ แล้วก็หลับ...ตื่นอีกทีก็คือถึงแล้ว

 

สถานีใหม่จนแปลกใจอีกแล้ว เดินออกไปข้างนอก  โอ๊ว นี่มันอะไรเนี่ยะ ฝูงชนมาจากไหนมากมายปานนี้!!

สมกับเป็นเมืองท่องเที่ยว คือทั้งเมืองไม่มีอะไรนอกจากให้คนมาท่องเที่ยว 

นั่งรถเมล์สายไหนก็ไม่รู้เพื่อไปลงcentrum(ยังกับชื่อวิตามิน) แล้วรถเมล์ก็มึนกันสุดฤทธิ์ เพราะถนนบ้านเมืองเค้าแบบตรอกซอกซอยเยอะมาก แล้วก็นะ...ไม่มีป้ายบอกอ้ะคับ ลงมั่ว และด้วยความกลัวก็เลยซื้อตั๋ววัน ล่อไป5ยู(เสียดายชิบ)

ลงไปตรงที่คนเค้าลงกันเยอะๆอ้ะ ณ ตอนนั้นคือแบกเป้แบ๊คแพ๊คเที่ยวเลยนะฮับทั่น หนักโพรด กะว่าจะไปหาโฮสเทลถูกๆเอาดาบหน้า แต่แล้วก็ตระหนักว่า.....หาไม่เจอ

ง่ำ งั้นแบกเป้เที่ยวแม่งเลย!

ณ จุดแรกที่ลงตามฝูงชน คนเยอะมากกกกก เมืองท่องเที่ยวจริงจริ๊งงงง

บ้านเรือนเค้าสวยงาม สไตล์คล้ายๆอัมสเตอร์ดัม(เพราะอยู่ใกล้เนเธอร์แลนด์มากหรือเปล่า?)

คือสวยนะ แต่ว่าเพราะฝูงชนไง คนเยอะก็พลอยทำให้ความสวยมันลดลง เดินแบกเป้เที่ยวมั่วเพราะอ่านแผนที่ไม่รู้เรื่อง กว้ากกกกก

เหมือนเป็นหอนาฬิกา อันเดียวกับรูปก่อนก่อนหน้า แต่อันนี้เวอร์ชั่นไม่ย้อนแสง

ตรอกซอกซอยเค้าหล่ะ อันนี้ถนนเส้นใหญ่หน่อยเต็มไปด้วยร้านชอปปิ้ง สอยเสื้อผ้ากันมาอย่างละนิดหน่อย

แล้วก็เดินวนหาpalaceหรือเปล่าไม่รู้แต่ข้างในเป็นmuseum สถานที่ must see in brugge ตามที่หนังสือเค้าว่า

อยากนั่งนะรถม้าน่ะ แต่แพงจัง ไปนั่งที่ลำปางดีกั่ว

เอาใกล้ๆมั่ง แดดแรงแบบนี้รูปออกมางามงดจริงๆ

ระหว่างนั้นเจอตาลุง(มาจากไหนไม่รู้)เข้ามาคุยด้วย แอบหลอนเหมือนกันนะ เค้าก็ชวนคุย บอกว่าเข้าไปในนี้สิๆสวยๆไรงี้ งงกับลุงมากกก

เข้าไปข้างใน เรียบๆถ้าเทียบไปวังของปารีสที่ หะรูหะรามากกว่านี้เย้อะ เสียงค่าเข้าไปคนละ1-2ยูมั้ง ถูกเว่อร์เพราะแม่งเล็กกระจ๋อง!

ข้างบนที่เค้าห้ามถ่ายรูป แต่เจ้คนเฝ้าไม่อยู่ คนไทยก็ต้องขอแหกกฎกันตามธรรมเนียม

เป็นศิลปะแบบโกธิคฮับ รู้แค่นี้!

ออกจากmuseumก็เจออีตาลุงอีก ยิ้มแฮ่ๆแล้วก็เดินจากไป เดินตามหาคลองที่มีสะพานสุดสวยเก่าแก่กว่าหลายร้อยปีตามหนังสือเค้าว่าอีกนั่นแหละ

บ้านเรือนเค้าทำด้วยอิฐกันเกือบหมดเลย คล้ายอัมสเตอร์ดัมจริงๆนะ

แล้วก็โผล่มาเจอคลองพร้อมกับจตุรัสเล็กๆที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร 

วินาทีนั้นน่ะหิวนะ เหนื่อยด้วย แต่ตัดใจเข้าไปกินไม่ลงเพราะมันแพ๊ง!!!

เมืองท่องเที่ยวอะไรๆก็แพ๊งง!! ก็เลยตัดใจไม่กินแล้วไปนั่งเรือชมวิวดีกั่ว ค่าเรือล่อไป6ยูกว่าๆ

 

เรือจ๊ะ

ไกด์เป็นหนุ่มหล่อเด็กมหาลัยพูดได้3ภาษา อุกรี๊ดดดด

บรรยากาศจากท่าเรือ

วิวแถวๆนั้น งามไปหมดทุกหย่อมหญ้า

นี่แหละคือสะพานที่ว่านั่น....สวยนะ ยิ่งเก่ายิ่งดูคลาสิค

ลอดใต้สะพานกันหน่อยยย

บรรยากาศโรแมนติกชิบหาย!!

ระหว่างสองข้างทางนี่คือเรียงรายไปด้วยบ้านสวยๆอ้ะ ถ้าเอารูปมาลงหมดรับรองว่าเอนทรี่นี้ต้องโหลดกันเป็นวันทีเดียว สวยจนอิ่มเหมือนไอ้สวนทิวลิปนั่น จนแบบ...เออ กูไม่ค้างแรก กลับไปนอนบรัสเซลดีกว่า(ตัดปัญหาเรื่องที่พักที่อาจจะแพงมากที่นี่ไป)

ขึ้นจากเรือก็เดินมาจตุรัสที่เดิม คราวนี้รถบรรทุกที่เคยจอดเกะกะหายไปหมด วิวก็เลยสวยขึ้นมาจิ๊ดนึง

อาบแดดกันเข้าไปไอ้พวกฝรั่งบ้านนอก

เดินมั่วหลงไปหลงมาหาทางกลับสถานีรถไฟไม่ถูก จนต้อเดินมาหารถเมล์ขึ้นไปstation แล้วก็สรุปว่าตั๋ววัน5ยูนั่นใช้ไม่คุ้มอย่างที่สุด(เสียดาย!)

 แล้วหลังจากนั้นก็ตัดสินใจว่าจะกลับแระ ถึงตั่วที่ซื้อไว้จะเป็นกลับพรุ่งนี้ ขอเปลี่ยนก็ไม่ได้ แล้วไงอ้ะ....นักท่องเที่ยวนะเฟร้ย สำคัญดั่งบร๊ะเจ้าไม่ใช่เหรอ ไม่แคร์สื่อค่ะ ก็จะกลับวันนี้อ้ะ

บนรถไฟก็มีคนมาตรวจตั๋ว(เหมือนรถไฟไทยเลย) แล้วเค้าก็บอกว่า "เอ๊ะนี่มันของวันพรุ่งนี้นี่"

กระเหรี่ยงไทยก็ทำหน้าตาเหรอหรา  "อ้าวเหรอคะ แต่ตอนซื้อไอบอกว่าซื้อreturn ticketนะ ทำไมเป็นของพรุ่งนี้หล่ะ ไอไม่รู้จริงๆน้า(หน้าตาใสซื่อ)"

คนตรวจตั๋วก็มึนไปพักนึง แล้วก็สรุปว่า "โอเค...เป็นความผิดของทางคนขายตั๋วหล่ะซินะ" 

แล้วก็จัดการขีดฆ่าวันที่แล้วเซ็นกำกับให้ แล้วเดินจากไป โดยไม่รู้เลยว่า โดนกระเหรี่ยงไทยต้มเอาซะแย้วว

ขอโต๊ดน้า เค้าทำเพื่อปากท้องง่ะ!

 

นั่งรถไฟไปถึงบรัสเซล งมหาทางไปโรงแรมกันพักนึง(จริงๆงมตั้งกะทางออกจากสถานีรถไฟแระ มึนเหลือเกิน) เดินออกมาเจอคนเบลเยี่ยมเรียกมาดาม...แล้วก็บลาๆๆ สรุปคือมาขอเงิน

ส้นตุ๋ย! แล้วพอไม่ให้ ก็พูดประชดๆว่า เวลคัม ทู เบลเยี่ยม!

วินาทีนั้นเริ่มรู้สึกความประทับใจติดลบละ (จากที่พี่ฝนสร้างภาพไว้ให้เสียงามงด) แต่ก็นะ ยังหวังอยู่ว่าคนที่นี่น่าจะดี อย่างน้อยก็ดีกว่าปารีสหล่ะฟระ 

นั่งรถแทรมไปโรงแรมที่จองไว้ การขนส่งมวลชนยุโรปนี่มันโกงง่ายจริงๆผับผ่าสิ! เมืองไทยเรามีกระเป๋ารถเมล์เจ๋งกว่ากันเยอะอันนี้ ขอบอก!

ไปที่โรงแรม(ที่จองวันพรุ่งนี้ไว้)เค้าว่า ไม่มีห้อง มีเหลือแต่ห้องเดี่ยวจะเอาไหม แล้วเดี๋ยวเค้าหาเตียงเสริมให้(ซึ่งมันก้คือฟูกอันนึง) เราก็โอเคๆ ราคาคนละ25ยู สองคน50 อ๊ะ โอเคๆๆ วินาทีนั้นอะไรๆก็โอเคหมดนั่นหล่ะ

ห้องแคบๆประมาณห้องพักที่เคยพักที่ญี่ปุ่น แต่สภาพห้องก็ถือว่าโอเคอยู่ นั่งพักเหนื่อยกันสักพักแล้วก็จะออกไปหาข้าวเย็นกินกัน

ตามที่แพรมันเล่าว่าซากุไรชีมาเบลเยี่ยมแล้วไปกินหอย+เบียร์ ไอ้เรารึก็มาถึงที่จะตามรอยซธหน่อยก็ไม่เสียหลาย เดี๋ยวเอนทรี่หน้าไปกินๆๆกันเถอะ!!

ปล.ชีวิตแม่งแย่!

Comment

Comment:

Tweet

ออกเสียงว่า บรูค ใช่มะ?? ไม่ใช่ บรู๊คนะ ชื่อคล้ายซอสมะเขือเทศ sad smile

วิวทิวทัศน์สวยจัง ฟ้าใสกิ๊งเลย
ดูแล้วเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนัง

ชอบภาพที่มีสะพานข้ามแม่น้ำ ดูแล้วอยากวาดรูป
เป็นประเทศที่ต้องใช้ถึง 3 ภาษา เมืองไทยน่าจะมีบ้างนะ
แต่ขอเป็น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีแทน 55++

ไม่ว่าที่ไหนๆๆ ก็มีคนที่ไม่ดีแหละนะ angry smile

#7 By miharu on 2009-06-01 11:20

จินตนาการตามไปด้วยอิจฉาอยู่ เสียใจด้วยนะครับที่กระเป๋าหายในกลุ่มเดินทาง
อยากเห็นหน้าไกด์จังเลยค่ะ 555 : ]

ปกติคนตรวจตั๋วที่เบลเยี่ยมโหดร้ายมาก

โชคดีจังเลยค่ะ !

รออ่านตอนต่อไปไม่ไหวแล้ว >,< big smile

#5 By peachtje on 2009-05-23 18:58

ทำไมไม่ถ่ายรูปหนุ่มมหาลัยพูดได้สามภาษาคนนั้นมา!!!!!

อยากเห็น.....อ้ะ

อยากเห็นหอยที่ชีกินน อัพเมื่อไหร่แจ้งด้วยย

เห็นบ้านเมืองแบบนี้แล้วเกิดนึกขึ้นมาว่าถ้าเราเป็นคนที่นั่น ใช้ชีวิตที่นั่นทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี จะยังมองมันสวยเหมือนเวลาดูรูปอย่างงี้รึเปล่าน้อ

กะเหรี่ยงบ้านนอกก็ว่าไปเรื่อย~

#4 By invisible_man on 2009-05-22 22:48

เอาน่าฝน กระเป๋าหายถือว่าฟาดเคราะห์
เมืองสวยอ่ะ
โครตโรแมนติก อยากลองนั่งเรือชมวิวงามๆ บ้างจัง
555 ขำที่บอกว่าอาบแดดกันเข้าไป...อ่ะ XDD

#3 By freestyle! on 2009-05-20 07:43

อ่ะ สวยจริงๆ


กูเคยดูหนังเรื่องin brugge แม่ง กลางคืนอย่างงาม



กระเป๋าหายน่าเสียดาย

#2 By ชาเขียวaddict on 2009-05-20 01:17

อยากกินหอยอีก
ไปบรัสเซล กินอย่างเดียวเลย

พูดเรื่องกระเป็แล้วช้ำ
เสียดายหนังสือ

#1 By phonn (92.102.26.224) on 2009-05-20 00:08