ขี้เกียจเตือนละ

Day5 - Brugge-Brussel

จากเอนทรีที่แล้วก็กลับจากบรูคมายังบรัสเซลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดินหลงที่สถานีเซนทรัลพอเป็นธรรมเนียมแล้วก็วนหารถtramไปโรงแรมที่พัก...เสร็จปั๊บ นั่งเล่นพอให้หายเหนื่อย(จริงๆแล้วกำลังรอให้หิว+เหนื่อยมากด้วย) 

แล้วก็เริ่มเดินออกหาของกิน+เืที่ยวเกริ่นนำเล็กๆน้อยๆ

เมืองนี้แทบจะไม่ต้องใช้แผนที่เท่าไหร่เพราะพี่ฝนเคยมาแล้ว บวกกับที่พักอยู่ใกล้กับส่วนของgrand palaceมาก ก็เลย ชิวเลยเดินกันสบายๆเหมือนไปเดินเล่นสยามพารากอน (ฮ่าๆๆ) พักเหนื่อยจากทริปนรก4วันที่ผ่านมา

เดินไปไม่ไกลก็เจอกับรูปปั้นเด็กยืนฉี่ Manneken-Pis Fountain

กิ๊วๆน่าไม่อายยยย

ไปตอนเย็นๆคนก็เลยไม่เยอะเท่าไหร่ ตอนแรกคิดว่ามันจะยิ่งใหญ่อะไร แต่ปรากฎว่า ก็เล็กๆอ้ะ พื้นที่หัวมุมเล็กจิ๊ดเดียวเอง

หลังจากนั้นก็เดินต่อไปลูบแขน-ขาของแม่นาง....ชีคือใครก็ไม่รู้อ้ะ แต่รู้แค่ว่าถ้าลูบแขน-ขา(limbs)ของชีแล้วขออะไรก็จะสำเร็จสมหวัง+โชคดี 

สาธุๆๆ

เนื่องจากว่าทริปนี้เริ่มมีความซวยบังเกิด อาทิเช่น บัตรเครดิตพี่ฝนรูดไม่ได้(ตั้งกะอัมสเตอร์ดัม) กระเป๋าพี่ฝนหาย ก็เลยนอยด์นิดหน่อย... ขอพรไปว่าขอให้โลกนี้สงบสุข(?) ขอให้ทริปนี้ราบรื่นไม่มีปัญหาอะไรอีกเลยคั๊บ แล้วก็สาธุๆ ตามประสาทคนพุทธ

 

บรรยากาศในย่าน grand palace เย็นย่ำก็ฮัมเพลง

คือเมืองเค้าเล็กมากจริงๆอ้ะ ตรงนี้เหมือนเป็นจตุรัสอะไรสักอย่างที่เป็นศูนย์กลางแล้วถูกล้อมปิดด้วยตึกสวยๆ ร้านอาหารแออัดเรียงรายไปหมด แต่แถวนี้กินไม่ไหวจริงๆ แพ๊ง!

ก็เลยเดินต่อไปในแกลอรี่? รึเปล่าหนอ นั่นแหละ ระหว่างทางก็มีห้างร้าน(ที่ปิดทำการแล้ว) ห้างเมืองนอกปิดเร็วมาก ทุ่มนึงก็ปิดแระ สู้มิดไนท์เซลล์บ้านเรามิได้ เดินเจอแต่ร้านขายชอกโกแลต กิเลสกำเริบเลิฟมากๆ แต่ก็ข่มใจไว้ กะว่าพรุง่นี้จะถลุงให้น่วม

แล้วก็เดินเข้าไปในตรอกๆนึงที่แบบสองข้างทางมีแต่ร้านอาหารแล้วก้จะมีอารมณ์เหมือนคนเรียกแขก จะคอยแบบ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ อยากกินอะไร ร้านเรามีนี่นะ...บลาๆๆ

 

น่ากลัวมากกกกก........

 

คิดว่าพฤติกรรมแบบนี้มีแต่ที่เืมืองไทยไง ก็เลยแบบงงนิดๆที่เมืองนอกก็มีกับเค้าด้วย แล้วตลอดทางก้มีแต่ทักว่า

"คอนนิจิวะ"

"หนีห่าว..."

พี่ฝนว่า ถ้าร้านไหนทักว่า "สวัสดี" จะเข้าเลย

แต่ก็ไม่มีว่ะพี่(เหอะๆๆ)

เดินไปก็มึนไปเพราะว่าเยอะจัด ก็เลยสรุปว่าใช้ทฤษฏีที่ว่า ร้านไหนคนเยอะเราเข้า แล้วอีร้านนี้ก็ไม่มีใครมาเรียกลูกค้าเล้ยย(ท่าทางหยิ่งมาก ร้านกูเจ๋งอะไรทำนองนี้...)

ก็นะ จัดไป

ร้าน LEON คนเยอะพอสมควรเลย

ผ้าปูโต๊ะที่นี่ใช้เป้นทิชชู่ผืนใหญ่ๆเหมือนปารีสเลย เพื่อง่ายแก่การเก็บโต๊ะ

 

ขนมปังบักเก๊ตมาเสิร์ฟทันทีเหมือนร้านอาหารที่ปารีสเด๊ะ

ข้าพเจ้าฟันไม่ดี กัดของแข๊งไม่ได้เลยบิๆกินแต่ไส้ข้างในนุ่มๆ ระหว่างรออาหารเพราะว่าอาหารแม่มนานมากกกก

สิ่งที่มาบรัสเซลแล้วต้อง must แดก ก็คือ หอย เบียร์ ชอกโกแลต วัฟเฟิลแบบเบลเยี่ยม ฟราย

(อ้างอิงจากข้าพเจ้าเอง)

ประเดิมด้วยเครื่องดื่ม

เบียร์ของพี่ฝนที่มากับในเซต (หอย เบียร์ เฟรน์ฟราย) เบียร์ยี่ห้อนี้ไม่เคยเห็นขายในไทย เลยแอบคาดหวังว่ามันจะอร่อยกว่า แต่ปรากฎว่ารสชาดก็ไม่ได้แตกต่างแต่อย่างใด

ส่วนเครื่องดื่มของข้าพเจ้านั้น....เบียร์ราสเบอรี่!

เห็นว่าแปลกดีก็เลยลองสั่งมากิน ด้วยราคาแพงสราดมาก ขวดแค่นี้4ยูกว่า กร้าซซ แพงแต่อร่อยอ้ะ!! แล้วปรากฎว่าพอกินข้าวเสร็จไปคาร์ฟูล เอกซ์เพรส เพื่อหาซื้อแปรงสีฟันให้พี่ฝน ไปเจอมันขายในราคาขวดละ...1.35ยู

 

กร้าซซซซ โมโหหห!!!~

ฝรั่งนะทำกับกูได้ นึกว่าไอ้เรื่องแบบนี้มีแค่ปรเทศไทยประเทศเดียวซะอีก ชิทแม่ม!!

ด้วยความหงุดหงิดก็เลยซื้อไปแดกอีกขวดแม่มเลย อร่อยง่ะ อยากเอากลับมาไทยมาก แต่กลัวแตกเหลือเกิน 

รสชาดมันแบบว่า ไม่ขม แต่มีรสแอลกอฮอล์หวานๆเปรี้ยวๆ แซ่บบบ ว่าแล้วอยากกินนนน

(วันนั้นดูเป็นอีสาวขี้เมามาก เดินถือขวดเบียร์)

ส่วนจานหลักของข้าพเจ้านั้นไซร์คือ...ท่าด้า!

หอยชื่ออะไรไม่รู้ แต่มันเป็นหอยแมลงภู่เหมือนบ้านเราเวอร์ชั่นตัวใหญ่ ราดชีส แอร๊ยยนี่แหละ บรัสเซลในฝัน!

ชีสเยอะมาก ประหนึ่งทะเลชีส ท่วมท้นเหลือเกิน อร่อยดีนะ หอยกูตัวใหญ่ แต่ทว่ากินไปสักครึ่งถาดก็เริ่มเลี่ยนแล้วอ้ะ

อันนี้ของพี่ฝนคับ แบบออริจินัล แซ่บดี ซุปก็อร่อย แต่กินเยอะๆแล้วก็เลี่ยนได้เช่นกัน

 

เฟรนซ์ฟรายตัวทำให้เพิ่มดีกรีความเลี่ยน+เจ็บคอเข้าไปใหญ่

ถ้วยใส่เปลือกหอยกั๊บ

 

เอาให้เห้นกันชัดๆว่าหอยเมืองนอกเค้าตัวใหญ่!

 

บรรยากาศรอบๆร้านคับ ตรอกทั้งตอกมีแต่ร้านอาหารแล้วเมนูก็เหมือนๆกันคือ หอย!

 

แถวนี้คนน้อย แต่ตรงต้นซอยนี่แบบว่า  อย่างกับจตุจักรวันเสาร์!

มื้อนี้กินอิ่มหนำมาก อิ่มจุกถึงหลอดอาหารเลยทีเดียว แล้วก็เป็นมื้อที่กินกันหรูมาก มื้อนี้หมดไป21ยูได้(ขอร้องอย่าึคิดเป็นเงินไทย)

กินเสร็จก็เดินวนรอบๆแล้วก็กลับที่พัก แวะซื้อน้ำซื้อแปรงสีฟันแล้วก็ขึ้นห้องพัก  ประตูห้องพักแม่งแอบมีปัญหา เปิดยากเสียเหลือเกิน อารมณ์แบบต้องสวดมนต์ภาวนาเข้าช่วยอ้ะ 

เข้าไปในห้องปรากฎว่าเค้ายังไม่เอาเตียงเสริมมาให้เลยลงไปขอข้างล่าง พี่แกก็รีบจัดการให้คือเอาฟูก(เปล่าเปลือย)ขนใส่ลิฟท์มา (ลิฟท์คล้ายๆลิฟท์ขนของตัวเล็กๆ น่ากลัวได้ที่) ก็ขนมาทั้งอย่างนั้น แล้วยังให้สาวน้อยสองคนขนกันเองอีก เจริญ.... แล้วก็ลงไปหาผ้าห่มไรงี้ให้เรียบร้อย ก้ยังดีที่เอาให้ใช้ฟรีไม่ชาร์ตเงินเพิ่มอ้ะ(ห้องที่ได้คืนนี้เป้นห้องเดี่ยวไงคับ)

ยังดึกไม่พอที่จะง่วง ก็เลยลองเปิดทีวีดูว่าทีวีเบลเยี่ยมมีไรดูมั่ง ปรากฏว่าเจอช่องนึง...แอร๊ยยย!! ช่องนี้ฉายแต่ซีรีย์อ้ะ ปลื้มมากๆๆๆๆ!!!

เปิดไปเจอหมอบ้านซีซั่น2(เคยดูแล้ว)ก็เลยดูพอรู้เรื่องบ้าง(น่าจะพากย์ฝรั่งเศส) แล้วก้ต่อด้วย the mentalist ที่ยังไม่เคยดูแต่ได้รับคำเล่าลือมาว่าเมพขิงๆ(อยากดูๆๆ) ตามด้วยcriminal minds ดูไปกระดกเบียร์ราสเบอรี่ไป กึ่มกำลังดีแล้วก็ง่วง แปรงฟัน...นอน!!

 

พรุ่งนี้ไปเที่ยวบรัสเซลกันแบบจริงจังกันเถอะ!!

 

ปล.ตามรอยซากุไรเกือบทุกอย่างเลยน้า เดินที่grand palace กินหอยกินเบียร์ เหมือนชีเลย

Comment

Comment:

Tweet

ความเชื่อ ศรัทธา มีกันทุกที่เลยเนาะ

แปลกตาจังแฮะ ไม่คิดว่าซอยเล็กๆ แคบๆ
ฝรั่งเค้าจะนั่งกินข้าวกันได้

พี่กินหอยไม่เป็น เลยอดที่จะดื่มด่ำไปกับอาหาร
ในเอนทรี่นี้ ฮี่ๆๆๆๆ cry

#6 By miharu on 2009-06-01 11:29

หอยต่างๆ น่ากินที่ซู้ดดดด ยิ่งชีสท่วมๆ อย่างนี้ เห็นแล้วละลาย

#5 By Googigg on 2009-05-26 14:19

หอยที่ซากุไรลิ้มรสหน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง ใหญ่ๆ น่ากินสุดๆๆๆ อร๊ากกกกก
เบียร์ราสเบอรี่ ก็น่าลิ้ม

ทริปนี้ทัวร์กินเป็นหลักใช่ไหมนี่ XDD

#4 By freestyle! on 2009-05-26 10:23

เห็นแล้ว อยากกินอีกอ่ะน้องออน เป็นเมืองที่หมดกับค่ากินจริงๆ
เสียดายไม่ได้พาน้องออนลองค็อกเทลจากเบียร์โฮมเมด อร่อยมากๆๆๆๆๆ

สรุป อดหมดน้องออน
ที่บอกว่าจะไปสเปนกับเพื่อน แล้วเพื่อนก็เลื่อนไปช่วงที่พี่มีเรียน ซวยจริงๆ
เพื่อนคนจีนที่ชวนไปกรีซก็เปลี่ยนใจไปสวิส
อารมณ์แบบยังไมอยากไปอ่ะ เลยไม่ไปด้วย
เหอๆๆๆ อยู่เฝ้าปารีสต่อไปละกัน

#3 By phonn (77.104.19.230) on 2009-05-26 00:44

น่าไปครับ วางแผนอยากไปเที่ยวรอบยุโรปเหมือนกันครับ อิๆๆๆ
เห็นหอยตอนแรกกูนึกว่าพิซซ่า


ป๊าดโถ้ว เบียราสเบอร์รี่ ชาร์ตแพงสัดๆ

#1 By ชาเขียวaddict on 2009-05-25 22:11