เอนทรี่นี้ขอฉีกอารมณ์ความเฮฮาปาจิงโกะจากเอนทรี่ก่อนๆ พักยกทริปยุดรปไว้ชั่วคราว พักรีวิวร้านอาหารไว้สักครู่ เพราะไม่สามารถทนกับความรู้สึกแบบนี้ต่อไปได้อีกแล้ว

อยากระบาย!!!

(ไม่ได้หมายความว่าท้องผูก)

วันนี้มหาลัยอื่นๆคงเพิ่งเริ่มเปิดเทอมกันเป็นวันแรก ส่วนข้าพเจ้าน่ะเหรอ...เปิดมาได้เดือนกว่าแล้วหล่ะมั้ง

นั่นเปล่าวันนี้ไม่ได้อยากระบายเรื่องนั้น

 

แต่แค่แบบ....กูเหนื่อยว่ะค่ะ!

เหนื่อยกับการใช้ชีวิตตลอด1เดือนที่ผ่านมา เหนื่อยเหนื๊อยเหนื่อย

เหนื่อยเหี้ยๆ และก็ขอร้องเจอหน้าใครก็ตามอย่ามาบนว่าเหนื่อยใส่ข้าพเจ้า เพราะมั่นใจว่าข้าพเจ้าเหนื่อยกว่าพวกท่านมากนัก

โอเค อาจจะไม่ได้ราวน์วอร์ดแบบหมอ ไม่ได้เข้าตั้งกะ6โมง-7โมงเช้าเลิก4ทุ่ม แต่ไปเรียนเช้าแปดโมง ตอนเย็นต้องอยู่ทำงานแลปต่อ ตอนเที่ยงก็แทบจะไม่มีเวลาแดกข้าว ไหนจะต้องตามส่งงานอ.นอกเวลาเพราะในเวลาทำไม่ทัน ไหนจะต้องส่งของที่จะใช้ในคลีนิควันต่อไปฆ่าเชื้อ แล้ววันไหนที่งานเข้าจัดๆ ก้คือต้องไปฆ่าเชื้อยูนิตก่อนที่คนไข้จะมา...แล้วกูจะเอาเวลาที่ไหนกินข้าว

โอเค แต่ถึงเวลาจะน้อยนิดแต่ข้าพเจ้าก็ไม่อยากจะละทิ้งมื้อเที่ยง เพราะถ้าท้องหิวขึ้นมา มือสั่น กรอฟันไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้...เพราะงั้นงานไม่เสร็จช่างแม่ง แดกข้าวเอาคลีนิคก่อนเข้าว่า

เวลาตลอด3ชั่วโมงที่ลงคลีนิคยังกับมีอะไรมาสูบพลังชีวิตออกไป ต่อหน้าคนไข้ก็จะแบบ alert ยิ้มแย้ม ค่ะๆๆ วิ่งตามอาจารย์ รีบทำงาน แล้วไง...พอส่งคนไข้กลับปุ๊บ 

หมดแรงเหี้ยๆ!

แบบหมดแรงเหมือนระดับน้ำตาลในเลือดตกเลยอ้ะ หมดแรงเหมือนตลอด3ชั่วโมงที่ผ่านมานั่นอะดรีนาลีนหลั่งตลอดเวลา เหนื่อยมาก ไม่มีแรงทำอะไรอีกต่อไปแล้วแค่จะต้องsterlileยูนิตก็แทบจะไม่มีแรงแล้ว วิ่งรอกเก็บของ คืนเครื่องมือ...ถึงห้องแลปก็ยังโดนกดดันด้วยการปิดแลป16.30น.(เดือนแรกเป็นแบบนี้ทั้งเืดือน) จะปิดแลปแบบนี้ฆ่ากูเลยดีกว่า

งานก็เท่าเดิมแต่เวลามีให้กูน้อยลง หมายฟายว่าไง... อีอ.คนที่คิดแม่งต้องใช้ไขสันหลังคิดแน่ๆ

ความจริงข้าพเจ้าก็ไม่ได้พิศมัยการอยู่ทำแลปต่อตอนเย็นนักหรอก ใครจะอยากไปอยู่วะ!

แต่เพราะว่างานมันไม่เสร็จไง แล้วยิ่งมาขีดเส้นตายบีบบังคับกันเรื่องเวลาแบบนี้ เครียดนะสาดดด!!

 

คำว่าหมดแรง...นี่คือหมดแรงจริงๆ กลับถึงบ้านนี่แบบ ไม่ไหวแล้ว รีบอาบน้ำ(เผื่อจะสดชื่นขึ้น) เล่นเนตได้แป๊บเดียว22.30น.ก็แทบจะลืมตาไม่ขึ้นแล้ว ตัวร้อนเมหือนจะเป็นไข้ตลอดเวลา  

การลงคลีนิคทำให้เราอ่อนแอ.... แล้วเมื่อไหร่ตรูจะชิน?

ไม่พอ....แค่คลีนิคมันไม่สาแก่ใจ ยังมีงานวิจัยที่ต้องทำ แล้วเวลาทำก็ใช้เวลาทั้งวัน เริ่มตั้งกะ9โมงเช้า เรื่อยไปจนถึง3ทุ่ม...ที่จริงก็ย้อมสไลด์เสร็จตั้งกะประมาณ19.30น.นั่นแหละ แต่แม่งกว่าจะส่องกล้อง วิเคราะห็analyzeมันเสร็จก็ปาไป2ทุ่มกว่า เดินออกจากคณะตอน3ทุ่มพอดี แทบจะกินนอนอยู่ที่คณะอยู่แล้วเนี่ยะ!

เครียดแล้วไง...เหนื่อยแล้วไง...ชอปสิครับ 

เงินเดือนนี้แม่งแทบจะติดลบ แบบชอปบ้าบอคอแตกอะไรก็ไม่รู้ แดกบ้าแดกบอ รู้อย่างเดียวว่าแม่งเหมือนเป็นโอเอซิสแหล่งสุดท้ายที่จะทำให้่ชีวิตเหี่ยวเฉาของข้าพเจ้าอยู่รอดต่อไป

แล้วทุกวันเสาร์ก็จัดทริปไปไหว้พระกับเพื่อน ปัดเป่าเอาความโชคร้ายทั้งหลายทั้งแหล่ออกไป... ณ ตอนนี้ไม่มีอะไนช่วยท่านได้นอกเสียจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์(จริงๆนะ)ไหนจะเรื่องคนไข้ไหนจะเรื่องอ.มีแค่ทางธรรมเท่านั้นที่ช่วยได้

 

เพราะงั้นอย่ามาพูดกับข้าพเจ้าว่าท่านเหนื่อย เพราะข้าพเจ้าน่ะไม่เห็นใจท่านหรอก ไม่เข้าใจคำจำกัดความคำว่าเหนื่อยของท่านด้วย

-สอบทุกอาทิตย์ติดกันทั้งเทอมข้าพเจ้าก็มีมาแล้ว

-สอบติดกัน15วันข้าพเจ้าก็ผ่านมาแล้ว

-ไม่มีปิดเทอมจนกลายเป็นเรื่องปกติ

-เข้าคณะแปดโมงกลับบ้าน3ทุ่มจนชิน

-เจออาจารย์โรคจิตด่าจนประสาทกลับก็เจอมาแล้ว

-ทำวิจัยก็ทำนะไม่ใช่ว่าไม่ทำ ทีสิสน่ะ...ไม่ได้หมายความว่าชีวิตแกยากลำบากไปกว่าคนอื่นหรอก

 

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะให้เรียนเหนื่อยขนาดนี้ไปเพื่ออะไร?

จะให้กูเป็นซูปเปอร์แมนหรือไง?

 

ชีวิตแม่งแย่!!!!!

Comment

Comment:

Tweet