13 พฤษภาคม 2551
วันนี้ได้กรอฟันเป็นครั้งแรก(ฟันพลาสติก) ...รู้สึกตื่นเต้น เสียวซ่านจับใจ ...อา นี่เราเข้าใกล้การเป็นหมอฟันอีกก้าวแล้วสินะ เนื้อหาที่เรียนตอนปี3มันช่างแตกต่างกับ2ปีที่ผ่านมา มันดูใกล้ตัวมากจนทิ้งไม่ได้สักอย่าง นั่นก็ต้องใช้ นั่นก็ต้องจำ....จนเริ่มเครียดละว่าสรุปแล้วกูจะจำอะไรได้มั่งไหม...จะเรียนจบไหมวะเนี่ยะ!
หลายๆคนคงกลัวที่จะต้องไปหาหมอฟัน แล้วก็ไม่ชอบเสียงหัวกรอ(ที่ดังฟิ๊วๆ) ส่วนตัวข้านั้นรู้สึกเฉยๆ แต่พอได้มาเป็นคนกรอเองแล้วมันรู้สึกว่า
เครียดฟ่ะ!!
จับยังไงหัวbur(หัวกรอ)จะตั้งฉาก จับยังไงจะเรสนิ้วได้ถูก จับแบบไหนถึงจะมีแรง...เครียดมาก
ยิ่งฟันบนนี่ถือว่ามันช่างเลวร้าย มองไม่เห้นต้อกรอโดยมองจากกระจก...ถ้าเป็นฟันคนจริงๆป่านนี้ทะลุโพรงประสาทต้องรักษาคลองรากฟันต่อแหงๆ
พยายามนึกภาพว่า...ตอนเราไปหาหมอฟันนี่เค้าจับยังไงนะ นั่งทางไหน มองยังไง แล้วเรสนิ้วไว้ตรงไหน ...แต่ก็นึกไม่ออก(ก็มีผ้าปิดตาไว้นี่หว่า)
จะกรอแต่ละทีก็ต้องมั่นใจว่า โอเคตรงนี้หล่ะ มั่นคงดีแล้ว ขยับมือได้นะ แรงพอหรือเปล่า...ถ้าแช่หัวกรอไว้นานไป...ลึกไป ถึงโพรงประสาท(pulp) ชิบหายแล้ว...นึกไปถึงว่า หมอฟันที่อุดฟันแป๊บเดียวเสร็จนี่โคตรเก่งเลย ที่แท้เป็นเพราะว่าเค้าได้ฝึกกรอแบบนี้เป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้ว จะไม่ชำนาญได้ยังไง!
กรอครั้งแรกเหมือนยังกลัวๆ ไม่มั่นใจในตัวเอง ตื่นเต้นเวลาที่หัวกรอเจาะลงไปในเนื้อพลาสติกแล้วมีฝุ่นๆกระจาย แต่พอครั้งที่สอง...เฮ้ย...ถึงจะไม่เริ่ด แต่มันก็ยังดีกว่าครั้งแรก
นี่คือแค่กรอ...ยังไม่นับเรื่องอุด(ยังไม่ได้เรียน)
ไอ้ที่บ่นๆกันว่า อุดฟันแค่นี้ล่อไปตั้งหลายร้อย...
เอาน่า ก็ถือว่าเห็นใจหมอหน่อยเหอะ...กว่าจะกรอได้มันไม่ใช่ง่ายๆอย่างที่เห็นนะเฟ้ยยย
นานมาแล้วที่ได้ครอบครองเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่
นานมากแล้วที่จะได้ไปเดินเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า
แต่สองวันนี้ได้มาแล้ว ทั้งหม้อหุงข้าวและโทรแสบมือถือ
อันนี้เป็นโฉมหน้าของน้องหม้อหุงข้าว ขาวใส สดซิง
ไม่เข้าใจว่า ทำไมการซื้อหม้อหุงข้าว อุปกรณ์ที่ใช้ทุกวันๆและไม่เคยมีอายุการใช้งานที่ต่ำกว่า5ปีเลยสักเครื่อง
ถ้าบอกว่าหม้อหุงข้าวเครื่องละ1พันอัพขึ้นไป...ทุกคนถึงบอกว่า "แม่งแพงว่ะ!"
ทำไมหล่ะ...มันเป็นสิ่งจำเป็นนะ ใช้ทุกวันด้วย ทำไมทีกับเครื่องปั่นอันละพันกว่าก็ยังซื้อกันได้ไม่มีอิดออด ทั้งๆที่ใช้ไม่กี่ครั้งก็เบื่อ
น้อยใจแทนน้องหม้อหุงข้าวจัง
ปล.ลองหุงแล้ว ผลปรากฏว่าแจ่มเริ่ด!
21/05/08
มนุษย์คนเราไม่มีทางรับเนื้อหาที่เรียนได้มากกว่า4ชั่วโมงติด ...แต่ถึงจะไม่ใช่7ชั่วโมงติด คนอย่างอีออนก็หลุดตั้งแต่3ชั่วโมงแรก
เห็นตารางสอนแล้วว่าวันนี้วันพุธ(ปกติจะต้องเรียนแค่ครึ่งวัน) แต่เนื่องด้วยเหตุผลอันใดก็หารู้ไม่ของคณบดีที่จัดให้วันจันทร์(วิสาขบูชา)มีเรียนครึ่งวัน....
งงป่ะ คือวันวิสาขบูชาได้ข่าวว่าเป็นวันหยุด ได้ข่าวว่าวันหยุดราชการ เมืองไทยเมืองพุทธนะเฟ้ย...
แต่เขาก้คงสำเหนียกได้ในตอนท้ายก็เลยขอยกวิชาที่ต้องเรียนในวันจันทร์บ่ายมาไว้วันพุธบ่ายแทน
ผลก็คือ.....เลคเชอร์รวด7ชั่วโมง(มีพักเที่ยงให้หายใจ)
เช้ามาเลย...อีออนก็จงใจตื่นสายเพื่อจะได้ไปเรียนสาย1ชั่วโมง(microbio วิชาที่ว่าด้วยเรื่องสิ่งมีชีวิตเล็กๆอาทิเช่นแบคทีเรีย ไวรัส พยาธิฯลฯ) ...ทะเลาะกับแม่เกือบตายแต่สุดท้ายก็ได้ไปสาย555
ตอนเช้าก็ขยันจดขยันเรียนอยู่หรอก ถึงแม้ตอนใกล้เที่ยงจะเริ่มจิตหลุด
สภาพห้องเลคเชอร์ตอนเที่ยง
อีออนนั่งหน้าสุดเลยคร่า...แต่ก็ยังเจือกหลับได้อย่างไม่เกรงใจ
ตอนบ่ายโดนด่าด้วยค่ะ แบบว่าอีออนไม่มีอารมณ์จะเรียนอีกต่อไปแล้ว อ.คนนี้เข้าเลคเชอร์3รอบแล้วพูดซ้ำของเดิมแง่มทุกครั้ง...เลิกๆๆ จิตลอยๆไปสักพักนึงก็ทนไม่ไหวออกไปเข้าห้องน้ำ(พร้อมดีเอสในมือ)แล้วก็เลยเถิด...ลงไปกินหนมกินน้ำเรียบร้อยอิ่มแปร้
นี่คือหนึ่งวันนรกของข้าพเจ้าเด้อค่ะ
ปล.พรุ่งนี้มีควิซแต่เช้า.....อ่านไปก็เหมือนไม่ได่อาน สุดเซ็ง