Stupid-turtle

 

เนื่องด้วยวันหยุดเข้าพรรษา-อาสาฬหบูชาที่ผ่านมา เนื่องด้วยหมู่ข้าและผองเพื่อนได้สอบเสร็จและตัดสินใจจัดทริปไปเที่ยวกัน ตอนแรกกะจะไปเชียงใหม่ แต่เอาไปเอามาก็มาลงที่จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดที่blankมากๆคือไม่รู้เลยว่าจังหวัดนี้มีอะไรให้เที่ยว แต่ในเมื่อเพื่อนๆจัดมา อีออนก็ไม่ขัดศรัทธา...จัดไปปปปป

((ขออนุญาตเพื่อนๆเอารูปมาลงด้วยน้อออ...555 ไม่อนุญาตก็ลงไปแระ))

 ชื่อทริป "แฉะ-อับ-ชื้น"

ระยะเวลาการเดินทาง ประมาณ3วัน3คืน

เริ่มต้น วันพุธที่16 กค. 21.30น.ที่หัวลำโพง กลับกรุงเทพอาทิตย์ที่20 กค. 6.50น.

ทริปนี้มีการเตรียมตัวน้อยมากๆ เพราะว่าก่อนที่จะไปนั้นมีสอบกระเป๋าไม่มีใครจัดล่วงหน้า ชนิดแบบสอบเสร็จแล้วโยนของลงกระเป๋ากันเลยทีเดียว มีแต่เพื่อนแป๋มกะเพื่อนเก่งไปเช่าเต้นท์และจัดนนั่นจองนี่ให้เป้นที่เรียบร้อย(ขออนุโมทนา)

แรกเริ่มที่หัวลำโพง...ยังสดใสบลิ๊งบลั๊งเพราะเพิ่งอาบน้ำ ถึงแม้จะเยินจากการสอบเมื่อเช้ามาก็ตาม

(เป็นที่สังเกตว่าทริปนี้อีออนกังมากๆคร่า)

หัวลำโพงวันนี้คนเยอะขนัดเพราะเป้นวันหยุดหลายวัน ประชาชีเดินทางออกต่างจังหวะเยอะมั่ก และก้มีถ่ายหนังด้วย ชานชาลาด้านนึงกั้นไว้มีรถไฟเก่าๆ(แบบหัวจักรไอบน้ำปมาเข้าฉาก นักแสดงในชุดทหารเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าถ่ายเรื่องอะไรกัน แต่ไม่เห็นจะเจอดาราสักคนเลย

อนิจจา...รถไฟไทย บอกว่าจะออก4ทุ่ม แต่กว่ารถไฟจะมาถึงก็เกือบ5ทุ่มแหล่ว กว่าจะออกจริงๆก็5ทุ่มกว่าๆนู่นน (ไม่เลทไม่ใช่รถไฟไทยชิมิ) เดินทางด้วยตู้นอนชั้น2 แบบที่เคยนั่งมาแย้ว นอนข้างบน แอร์หนาวมากกก ขาไปนอนไม่ค่อยหลับ ตื่นมันทุกชั่วโมงที่รถไฟเทียบท่าเลยทีเดียว (แต่ขากลับหลับเป็นตายขะรับทั่น)

แล้วเราก้มาถึงที่หมายจังหวัดอุตรดิตถ์ในเวลา7โมงเช้า

ยังสดชื่นอยู่ ไม่อยากจะบอกว่า นศ.ทพ.ไม่มีใครแปรงฟันเลยเมื่อคืนนี้ 55 แล้วตอนที่ถ่ายภาพนี้ข้าพเจ้าก็ยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลย 555(โสครกจริงๆ)

หลังจากนั้นก็ไปแปรงฟันล้างหน้าที่ห้องน้ำของสถานี(ค่าเข้า3บาทต่อคน)แล้วก็ไปเดินหาข้าวกิน ระหว่างทางเจอแทกซี่ถามว่าจะไปภูสอยดาวป่าว คนละ500(5คน2500)เราบอกว่าไม่อ้ะพี่ หนูอยากลุย

เดินไปซื้อข้าวแกงร้านป้าแผงลอยเป็นอาหารเช้า แล้วก็เดินหาซื้ออาหารกระป๋อง(แล้วก็จาน+ช้อนของเราเพราะว่าหนูลืมเอาไปปป)

มีเรื่องเกือบโง่มาบอกเป็นอุทาหรณ์ คือว่าตอนแรกกะจะเรียกแทกซี่ไปตลาด เค้าคิดคนละ10บาทหรือรวมหมด100นึงนี่แหละ ปรากฏว่าพอเราเดินไปเอง ขอโต๊ะเหอะ ใกล้กว่าเดินเข้าซอยโยธีไปคณะอีกครับทั่น เกือบเสียค่าโง่แว้วววว

ให้เพื่อนสั่งข้าวกล่องไว้กินตอนเที่ยงแล้วก็ซื้อตั๋วรถเมล์ ยืนตลอดเวลา1.30ชั่วโมงไปถึงอ.น้ำปาด(ค่ารถเมล์คนละ60บาท) มีแต่คนขึ้นไม่มีคนลง แล้วจังหวัดนี้ลับแลสมชื่อจริงๆ วิ่งไปถนนเลนเดียว ไม่มีรถสวนเลย วิ่งไปซักพักเริ่มไม่สัญญาณมือถือ เหอะๆๆ....พี่ค๊าบบบ ยังมีสถานที่ๆไม่มีสัญญาณมือถืออยุ่ในประเทศไทยอีกหรือนี่ ลับแลมากๆๆๆๆ(ไม่มีแม้แต่KFCประจำจังหวัด...บ้าเนราว่าบ้านนอกมากยังมีKFCเลยย)

ลงรถที่น้ำปาด ยืนไม่เหนื่อยเท่าไหร่เพราะว่ากำลังฟิต(เพิ่งวันแรก) แต่ที่เจรี๊ยกกว่านั้นคือ...ตามแผนก้คือมาต่อสองแถวขึ้นภูสอยดาวแต่ปรากฏว่า.....วันนี้ไม่มีสองแถวว่ะไอ้น้อง!!!

สถานการณ์ทำอะไรไม่ถูก...กองของระเกะระกะไว้ข้างถนน แล้วก็ยืนรอคอยชะตากรรม ป้าขายน้ำบอกว่าจะไปถามให้ สรุปว่าต้องเหมากระบะขึ้นไปด้วยราคา1500 วินาทีนี้มันก้ต้องเอาอ้ะคับทั่นน มาถึงครึ่งทางแย้ว จะไม่ไปก็ใช่เรื่อง ว่าแล้วก็แบกกระเป๋านั่งหลังกระบะกัน(เพื่อให้ได้อารมณ์)

โชคดีที่แดดไม่แรง เมฆเยอะ อากาศสดชื่นดี แต่ทุกคนก็รีบละเลงกันแดดเป็นว่าเล่น หนุ่มๆคณะนี้เค้าสำอางค์คร่า วิวสองข้างทางไม่มีอะไรมากไปกว่าภูเขาสลับกับหมู่บ้าน ไร่ข้าวโพด ไร่สปปะรด แล้วก็ทุ่งนาเหมือนตามบ้านนอกทั่วไป ก่อนหน้านี้คิดมาตลอดว่าอุตรดิตถ์เป็นเมืองเจริญ แต่มันก็แบบพังครืน...แต่ละหมู่บ้านมันเดินทางหากันลำบากมากๆอ้ะ กว่าจะเข้าอ.เมืองได้มันลำบาก ไม่แปลกใจแย้วว่าทำไมรถเมล์ถึงได้คนแยะ

นั่งไปชั่วโมงครึ่ง หลังๆเริ่มหนาวแล้วเพราะว่าขึ้นเขา ทางชันมากกก แล้วอีออนก็เริ่มมึน คุณลุงขับรถขึ้นไปส่งที่บ้านพัก คิดว่าหยุดหลายวันคนจะเยอะแต่ปรากฏว่าเราเป็นคณะเดียวที่มาพักบ้านพักของอุทยานค่า!!!

ยัดของใส่บ้านพักแล้วก็ลงมาปูผ้าใบกินข้าวกล่องที่น้ำตกหน้าบ้านพักนั่นแล..ข้าวไข่เจียวหมูสับชืดแล้วแต่ก้ยังอร่อยยย ได้อารมร์เหมือนมากินข้าวป่าสมัยเด็กๆเรย(เรามันเด็กบ้านนอก)

กินเสร็จแล้วก็ไปเปลี่ยนเป้นกางเกงขาสั้น ขอเจิมสักหน่อย ว่าจะเล่นเอาเท้าแต่ๆ แต่เอาไปเอามาลื่นเสียงั้น น้ำมันแรงน้องออนผู้บอบบางต้านแรงน้ำไม่ไหว ก็เลยลื่นอ่ะค้าบบ น้ำเปียกถึงคอ แถมยังได้แผลมาอีก เซ็งคร่ะ เลิก!!!

บ้านพักครับ ราคาหลังละ700บาทต่อคืน มี2ห้องนอน 1 ห้องน้ำ (มี6เตียง) ฟูกแข็งไปหน่อย ผ้าห่มคนละ2ผืน หมอนคนละ2ใบ นอนสบายกันเลยทีเดียว(เพิ่งกลับมาตระหนักว่าเป้นคืนที่นอนสบายที่สุดในทริปแย้ว) ห้องน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่น แต่น้องออนโง่ค่ะ เปิดไม่เป้น ทนอาบน้ำเย็น(ประหนึ่งแช่ช่องฟรีซไว้)ไป ส่วนหนุ่มๆที่ชาญฉลาดก็อาบน้ำอุ่นจนควันขึ้นกันอย่างสบายใจฉิบไปค่ะ

น้ำตกหน้าบ้านพัก....ถ่ายด้วยกล้องราคาแพง canonอะไรก็ไม่รุ้ของเพื่อนเก่ง ถ่ายออกมาสวยเว่อร์!!!

น้องออนหนีกลับมาอาบน้ำก่องคนแรกเพราะเปียกหนักสุด+เจ็บตัวด้วย นุ่งเลโพสท่ากังๆอ่านนิยาย(โรมานซ)ที่อุตส่าห์แบกไป แต่สุดท้ายก็อ่านไม่จบแถมยังสร้างภาระอีกต่างหาก

บรรยากาศยามเย็นย่ำก็ฮัมเพลงของลานกางเต้นท์ที่บ้านพักอุทยาน น้องออนปวดท้องค่ะเลยไม่ค่อยเอนจอยยย หลังจากนั้นก็เดินกลับบ้านพักแล้วเล่นสลาฟกันตามระเบียบ ให้เพื่อนอ๊บสอนpokerแบบใน007 casino royale ใช้ลูกอมมะขาวแก้วแทนชิพ10ล้าน ไพ่แทน5ล้าน รวยกันจริงๆ แต่ตระหนักหว่าหนูไม่ถนัดบลัฟคนอ้ะ ทั้งๆที่ไพ่เราดีกว่าแต่ใจไม่ถึงก็แพ้อ้ะ ไม่ปลื้มๆ ก็เปลี่ยนมาเล่นเกมส์สร้างบ้านแทน อันนั้นใช้ความจำมากจนเครียดกันไป แต่อันนี้น้องออนชนะคร่า! หลังจากนั้นประมาณ3ทุ่มกว่าๆพวกเราก็นอน(ถือว่าหัวค่ำมากถ้าเทียบกับปกติ) และไม่ว่าอะไรก็ตามพวกเราก็หลับกันได้อย่างง่ายดาย

ตื่นเช้ามาไม่อาบน้ำเพราะว่าขี้เกียจ กะว่าเดี๋ยวก็เดินเขาเหงื่ออออกอีกอยู่ดีเดี๋ยวขึ้นไปอาบบนดอยดีกว่าไรงี้ ล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็ไปกินข้าวเช้า...

ทาด่า....ข้าวต้มหมูที่เต็มไปด้วยระเทียมเจียวกับคึ่นฉ่ายที่น้องออนเกลียดมากกก แต่ก็ตระหนักได้ว่านี่เป้นอาหารดีๆมื้อสุดท้ายของเรา

((ที่บ้านพักอุทยานมีของขายนะ ราคาไม่ชาร์จด้วย โค้กยังขาย15บาทถูกกว่าสถานีรถไฟอีกขายตั้ง17))

หลังจากกินกันไป3หม้อ(หนุ่มๆซัดกันไปคนละ5ชามได้)รถของอุทยานก็ขับไปส่งที่ทางขึ้นดอย(ห่าง1กิโล) ชั่งของให้ลูกหาบ แล้วก้จ่ายค่ามัดจำขยะ100บาท(ประมารว่าเค้าไม่มีที่ให้ทิ้งขยะข้างบนเราต้องเก็บลงมาทิ้งด้านล่าง นโยบายนี้ดีนะ)

น้ำตกสอยดาว ปากทางขึ้นดอย....สวยชิมิหล่ะ(ไม่ได้ปรับโฟโต้ชอปนะขอบอก)

เอนทรีนี้ยาวเกินไปและ เดี๋ยวมาต่อละกัน 3วันนี้มันช่างยาวนานนนนน

Yatta~!!!

posted on 10 Jul 2008 18:10 by jackky  in Stupid-turtle

 

Yatta~!!! ในที่สุดเราก็ผ่าน สมกับที่เป็นศิษย์อาจารย์นาฏนา(เทพอะมัลกัม) สมกับที่เสียเงินไปหลายบาทกับฟันที่ต้องเบิกเพิ่มเพราะทำเสีย

 ในที่สุดข้าพเจ้าก็สอบprep(กรอ)ฟัน ผ่านวะแฮ้วววววว!!!

 อัตราการผ่าน คาดว่าทั้งชั้นปีน่าจะไม่เกิน20คน ในกลุ่มเรา 10กว่าคน ผ่าน3คน บางกลุ่มผ่านคนเดียว...ของเค้าแรงจริง!

 

ดีใจอ้ะ...แบบไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะผ่านมาก่อน แล้วฟังจากเปอร์เซนต์การผ่านจากรุ่นพี่ปีที่แล้วจากนักศึกษา100กว่าคน ผ่านประมาณ10กว่าคน ก็เลยไม่ได้คาดหวังไรมาก ไม่ได้อ่านไปก่อน ไม่ได้เตรียมตัวกรอไป ไม่เคยฝึกกรอ...

ก็แค่กรอไปอย่างที่เคยกรอ แล้วมันก็ผิดเหมือนอย่างที่เคยผิด เสียงอาจารย์ดังแว่วเข้ามาในหัว

 "หนูก็ทำแบบนี้สิ....ใช้หัวกรอวางแบบนี้...เห็นรึเปล่าว่ามันมีครีบ..บลาๆ"

แบบว่ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

 แถมยังใจกล้าลองดีใช้หัวdiamondเจิมเป็นครั้งแรก ทั้งๆที่ไม่เคยใช้มาก่อน แล้วก็ได้ข่าววมาว่าต้องมือนิ่งมากไม่งั้นกินกระจาย แต่ก็เอาวะ ทำยังไงก็ไม่เรียบ เอาลงแง่มเลยละกัลล

ดีใจที่ผ่าน ทั้งๆที่ก็คิดว่างานตัวเองก็ไม่ได้perfectเท่าไหร่ ยังมีบางด้านเล็กๆน้อยๆที่แบบยังไม่เรียบอยู่ แต่อาจารย์อาจจะมองไม่เห้นหรือว่าอะไรไม่รู้

 

แต่ก็ขอบคุณมากมายที่ให้หนูผ่านนะค้า!!!

 ปล.ตั้งแต่ดูHEROES ติดคำว่าyattaจากฮิโระแล้วอ้ะ(ได้ฟีลแบบในที่สุดก็สำเร็จแล้วว้อยยย)

even if i die

posted on 07 Jun 2008 12:27 by jackky  in Stupid-turtle

 

เคยคิดเล่นๆว่า ถ้าจต้องตายไปในตอนนี้ก็คงจะไม่เสียใจอะไร

 

เหรอ?

ตอนอยู่ม.6คิดว่า ถ้าจะตายก็ขอต่ายก่อนเอนท์ได้ไหม จะได้ไม่ต้องอ่าหนันงสืออ้วกแตกเพื่อให้เอนท์ติดแล้วดันมาตายทีหลัง รุ้สึกชีวิตไม่คุ้ม

 แต่ในเมื่อตอนนี้เอนท์ติดแล้วแต่ยังไม่ตาย ก็เลยคิดว่า เรื่องที่อยากจะทำก่อนตายมีอะไรบ้าง เพื่อให้ได้ตายตาหลับ

1.เอนท์ติด (clear)

2.ไปญี่ปุ่น (clear...ถึงจะแค่3วัน)

3.ดูคอนอาราชิตัวเป็นๆ (clear)

นอกจากนั้นก็นึกไม่ออกละ....แต่ตอนนี้ยังไม่อยากตาย เพราะว่าอุตส่าห์สู้อดทนเรียนอย่างยากลำบาก ถ้าจะตายก็ขอให้เรียนจบ รับปริญญาให้ท่านพ่อท่านแม่ภาคภูมิใจก่อนก็แล้วกัน แล้วจะตายก็อีกเรื่อง

แต่มนุษย์เราก็มีความโลภไม่รู้จักสิ้นสุด...เดี๋ยวมันก็คงจะมีเรื่องที่อยากทำมากขึ้นเรื่อยๆ

 

แต่ ณ บัดนาว ข้าพเจ้าพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่แระ