review

20th century boy

posted on 20 Nov 2008 20:52 by jackky  in review

คำเตือน เอนทรี่นี้ยาวสาดดด

ไปดูมาแล้ว....

หนังที่ทำจากการ์ตูนโปรดเรื่องหนึ่ง

20th century boy เป็นการ์ตูนที่มีชื่อไทยได้โคตรเห่ย ไม่มีความหน้าสนใจ ลายเส้นก็เฉยๆ ไม่ได้วาดสวยถูกใจอย่างbleach หรือนารุโตะ หรือบลาๆ 

แต่สาเหตุที่เริ่มอ่าน เพราะว่า 

1.นิโนะอ่าน

2.ได้รางวัลเพียบเลยวุ้ย น่าจะการันตีได้ว่าของเค้าดีจริง (แต่จริงๆแล้วยิ่งมีรางวัลแสดงว่าอ่านแล้วเข้าใจยากมากกว่า)

 เหตุผลแค่นี้ก้น่าจะพอแล้วสำหรับการจ่ายเงิน3บาทเพื่อเช่าการ์ตูนเรื่องนี้เล่มแรกมาอ่าน

 

แล้วไง......

 

 

ไม่รู้เรื่องว่ะค่ะ

การ์ตูนป่วงไรเนี่ยะ  อ่านไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ไรของมัน บ้าแล้ว ไม่เห็นหนุกเลย

 

แต่เนื่องจากยังเห็นว่าได้รางวัลเยอะมากกก....ก็เลยเช่ามาอ่านต่อ เล่ม2 เล่ม3 ทีนี้หล่ะครับทั่น ...เช่าอีกทีนี่แทบจะเอามาทุกเล่มเท่าที่ออกตอนนั้น(11-12เล่มมั้ง) แล้วมันก็ทรมานมาก กับการที่มีคนเช่าก่อนหน้าเราแล้วไม่เอามาคืนสักที แทบจะเดินไรป้านการ์ตูนวันละ3เวลาหลังอาหาร

 

"พี่คะเค้ามาคืนยัง..."

 

แล้วพอเล่มใหม่ออก ก็แบบว่า เฮ้ย กว่าจะได้อ่านประมาณ2อาทิตย์คนอ่านเย้อะะะ มากกกกก.....

 

ในที่สุดก็

 

ทนไม่ไหวแล้วว้อยยยยย!!!

 

ซื้อแม่มเลย...และเราก็เริ่มซื้อตอนที่มันผ่านมาครึ่งเรื่องแล้ว กลายเป็นปัญหาต้องตามเก็บในภายหลังซึ่งการ์ตูนขึ้นราคามาอีก15บาท ซวยตรูมาก

 แล้วในที่สุดเราก็เก็บมันจนครบชุด และไม่รุ้สึกเสียดายเงินเลยสักบาทสำหรับค่าการ์ตูนที่จ่ายไป...ถ้าไม่เก็บเรื่องนี้แล้วจะไปเก็บการ์ตูนเรื่องไหนคะคุณ

หลังจากจบได้ไม่นานก็ได้ข่าวว่าจะทำเป็นหนังไตรภาค โปรเจคยักษ์ทุน300ล้านเยน ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร เข้าไปดูแคสติ้งแล้วไม่ปิ๊งสักคน แบบว่าไม่ใช่คนในจิ้นเลย ยิ่งเคนจิตอนโตนี่ยิ่งไม่ใช่เลย

แล้วมันก็ผ่านเลยผ่านไป....

จนกระทั่ง

 

ดู NTV จาก TVU(โปรแกรมดูทีวีออนไลน์) แล้วก็เจอ trailer ของเรื่องนี้เข้า แบบว่าโดนมากกก....ไอ้ฐานทัพลับตอนเด็กนี่แบบโดน...เคนจิตอนเด็กนี่อย่างที่คิดไว้เลย สรุปคือตัวละครตอนเด็กเป็นเหมือนอย่างที่คิดไว้ก็เลยทำให้อยากดู

 แล้วก็เฝ้ารอคอยตอนที่มันเข้าไทย...ก็แบบไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องเลิศหรอกนะ เพราะการหนังจากการ์ตูนให้สนุกก็โคตรกดดันอยู่แล้ว อย่างเดธโน๊ตเนี่ยะ เปลี่ยนเนื้อหาแทบหมด ก็เลยทำใจไว้อย่างนั้น อารมณ์ว่าดูแบบไฟล์บังคับ หนุกไม่หนุกก็ต้องดู

แล้วไง...เมื่อวานไปอ่านกระทู้ในพันทิปเข้า อารมณ์เงี่ยนอยากดูพุ่งกระฉูด วันนี้แทบไม่เป็นอันเรียนไม่เป็นอันทำแลป ใจลอยอยากไปดูเร็วๆ แล้วพอเลิกเรียนก็ออกจากคุณะตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดินเพื่อไปดูเวอร์ชั่นไม่ใช่พันธมิตรพาก์ยที่ลิโด้

SPOILED ALERT!!!

เคนจิก็ยังไม่ใช่อย่างที่จิ้นไว้อยู่ดีคนนี้หล่อไปอ้ะ จะต้องดำกว่านี้ ปากหนากว่านี้ ตาตี่กว่านี้...ไม่ค่อยอินเพราะว่าตัวแสดงเป็นเคนจิเนี่ยะแหละ

แต่อยากจะชื่นชมผู้กำกับมากเลยนะ อยากจะบอกว่า วิะีการเล่าเรื่องเจ๋งมากกก แืทนที่จะเปิดเรื่องธรรมดาตามอย่างหนังสือการ์ตูน ฮีเล่นตัดเอาตอนครึ่งเรื่องมาไว้ตอนแรกแล้วเล่า้ย้อนหลัง

เนพขิง!!!

ทุกอย่างโอเคเลยนะ ถือว่าเป็นหนังที่สนุก รู้สึกว่าสนุกกว่าตอนดูเดธโน๊ตภาคแรกอีก(อันนี้ความชอบส่วนตัว) แต่ไม่รู้ว่าคนที่ไม่เคยอ่านเรื่องนี้จะดูรู้เรื่องไหม ตัดเยอะไปเหมือนกันนะ อย่างฉากในไทยอ้ะ ตัดไปเกือบหมด โผล่มาจึ๋งเดียว เพราะจริงๆแล้วไทยเนี่ยะเป้นซีนเปิดตัวของโอ๊ตโจะเลยทีเดียว ต้องมีตาแว่นสาวกเพื่อนไปโผล่ที่เชียงรายแม่อ่องสอนไรด้วย อยากจะบอกว่าประเทศไทยไปโผล่ในการ์ตูนเรื่องนี้บ่อยมากๆ แต่ตัดหมดเลยค้าบบ โผล่มามีฉากวัดอรุณ แล้วก็ถนนวิทยุหน่อยเดียวเองมั้ง

เอาน่า การ์ตูนเค้ายาว ตัดนิดตัดหน่อยถือเป็นเรื่องธรรมดา

อาจจะเพราะว่าอ่านการ์ตูนไปแล้ว รู้เรื่องหมดแล้วก็เลยรู้สึกว่ามันดำเนินเรื่องช้าไปนิดหน่อย ก็แบบว่ากูรู้อยู่แล้วอ้ะ มึงไม่ต้องบอกกูซ้ำได้มะ

เพราะว่าเป็นหนังความอลังการมันก็เลยต้องมาก่อน ทั้งๆที่การ์ตูนเรื่องนี้เแ็นการ์ตูนที่เรียบง่ายแต่ว่ามีพลัง(ดูใช้คำ) คำว่า

"แล้วโลกก็ล่มสลายลง"

จบ...ซึ้ง เข้าใจง่ายๆสั้นๆ ถมดำทั้งหน้าอะไรแบบนี้ 

 

แต่ในหนัง ระเบิดเป็นจุล(จุลจริงๆ) เป็นฝุ่นผงระดับไมครอนเลยอ้ะ จนสงสัยว่านี่แค่ระเบิดไดนาไมท์ไม่ใช่เรอะ ทำไมอานุภาพมันร้ายกาจขนาดนั้น ยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียร์อีก แต่หุ่นมันทำมาจากพลังงานปรมาณูนี่นะ

ฉากระเบิดตอนท้ายกินเวลาประมาณเืกือบ3นาที อีออนเบื่อมากก กูเข้าใจแล้ววว เข้าใจแล้วจ้าว่าระเบิด ทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอง

 สรุปคือความเรียบง่ายแต่มีพลังเป็นสิ่งที่หาได้จากการ์ตูนแต่ไม่มีในหนัง

 ส่วนสิ่งที่หาได้ในหนังแต่ไม่มีในการ์ตูนก็คือความกินใจ(มั้ง)

เพราะอ่านการ์ตูนเรื่องนี้แล้วไม่เคยร้องไห้ แต่ตอนดูร้องว่ะ ไอ้ฉากตอนที่แยกกับคันนะเนี่ยะ เฮ้ยซึ้งนะ  เข้าใจเลยว่าหลานที่ถูกน้าเคนจิเลี้ยงมาตลอดชีวิตจะผูกพันกันแค่ไหน (หรือว่าเพราะเด็กมันน่ารักฟระ)

ที่ชอบมากๆ อาจจะมากที่สุดก็คงเป็นฉากตอนเด็กๆมั้ง ชอบนะ ชอบมาก ดูแล้วรู้สึกอินอ้ะ ไม่มีเหตุผลมากกว่านั้น

ชอบประโยคนี้มากกก 

"ถ้าคิดว่าชีวิตตกอยู่ในอันตราย...ให้รีบหนีไปให้ไกลที่สุด"

"ขอร้องหล่ะพวกแกทุกคน....อย่าตายนะ"

แต่ปรากฏว่าในหนังเค้าไม่ได้ถอดความแบบนี้อ้ะ เลยรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย คนแปลน่าจะอ่านการ์ตูนเรื่องนี้สักหน่อยนะ

 

สรุป ไปดูเถอะ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ดีเท่าการ์ตูน แต่ก็น่าเสียดายที่สุดถ้าพลาดมันไป จะอ่านก่อนดูหรือดูก่อนอ่านก็ดีทั้งนั้ง

ปล.นั่งฟังเพลงBob Lennonหลังหนังจบ กระหึ่มมาก ได้อารมณ์กว่าเวอร์ชั่นที่มีเยอะเลย แต่มันเป็นแค่ ลาลาล้า~ ไม่ใช่กูตาลาลา ซือตาลาลาอ้ะ (หรือจะเป็นเวอร์ชั่นเก่า)

ปล2.เพิ่งกลับไปอ่านใหม่ ปรากฏว่า หนังแม่งแทบจะถอดแบบออกมาจากในการ์ตูนเรยนี่หว่า แบบแทบจะช๊อดต่อช๊อตเรยอ้ะ แต่เปลี่ยนเนื้อหาตอนต้นๆเรื่องนิดหน่อย

edit @ 21 Nov 2008 00:05:59 by jackky

Caffe moca สุขุมวิท31

posted on 16 Nov 2008 20:37 by jackky  in review

มันกลับมาอีกครั้งแล้ว กับฤดูกาลใกล้สอบ และ coffee-mania

คนเรามันโรคจิต อยู่บ้านแล้วไม่ได้อ่านหนังสือ ก็เลยต้องกระเตงชีทออกไปอ่านนอกบ้าน

targetก็คือร้านกาแฟ

ตัวข้าพเจ้าและน้องเตยเพื่อนสาวต่างก็สรรหาร้านกาแฟในฝันกัน ...และนี่ก็เป้นร้านหนึ่งที่ได้ไปลิ้มลองมา

Caffe moca

พิกัด สุขุมวิท31 อยู่ถัดจากร้านbacilico อยู่ใต้ตึกนวม(?)

ร้านนี้แบบว่าเคยมาครั้งนึงวแล้งปรากฏว่าร้านปิดเนื่องจากเลือกตั้งผู้ว่า(มั้ง) ก็เลยลองไปอีกทีนึง เผื่อว่าจะเข้าสเป็ค

บรรยากาศในร้าน แต่งแบบเอิร์ธโทน ตามสไตล์ร้านกาแฟทั่วไป แต่รูปที่เพนท์ตรงฝนผนังสวยดี artมากกก

เมนูมีกาแฟร้อน-เย้น ปั่น(มีแค่3รายการเอง มีมอคค่าปั่น คาปูปั่น แล้วก็สักอย่างปั่น) มีชา มีพวกfruity smoothie

มีเค้ก ครัวซอง ชูครีม แล้วก็วัฟเฟิล แซนด์วิชอะไรเถือกนั้น น้องเตยบอกว่าบางวันมีไดฟุกุด้วย

แอบได้ยินเจ้เจ้าของร้านคุณกับลูกค้าฝรั่งว่ามีอาหารเที่ยงด้วย พวกสปาเกตตี้ไรงี้

ที่นั่งในร้านน้องไปนิดนึงหรือเพราะร้านมันเล็ก? มีทั้งindoor outdoor 

ร้านดูเล็ก เพราะเก้าอี้ตัวใหญ่ไปหน่อยมั้ง โต๊ะนึงมีเก้าอี้4ตัวแน่ะ เกรงใจมากๆอ้ะมาคนเดียวแต่นั่งจองโซฟา    ไซส์เบิ้ม4ตัว โฮ...หนูขอโต๊ด

เจ้ที่เห้นข้างหลังนั่นคือเจ้เจ้าของร้าน เปรี้ยวมากค่ะ

เมนูที่สั่ง mocha frappe รสชาดเจ้มจ้นดี   ทำเอาalertถึงตี4เลยแน่ะ

แสงไฟสว่างโอเค แอร์เย็น คนน้อยเงียบดี(เพราะแขกส่วนมากนั่งoutdoor)

ตินิดตรงที่ไม่มีcaramel frappeนี่แล

 

ยังคงตามหาร้านกาแฟในฝันต่อไป....

ปล.เบื่ออ้ะ มีแลปใหม่เข้ามาแทรก 3แลปยังเน่าไม่พอ เอาแลปจัดฟันมาเสริมเติมให้อ้วก เข้าใจเลยว่าทำไมหมอจัดฟันถึงได้แพงนัก 

 

edit @ 17 Nov 2008 00:21:01 by jackky

Tepan ice & Ramentei @ พร้อมพงษ์

posted on 08 Nov 2008 22:42 by jackky  in review

เหตุเกิดเพราะอยากไปร้านNEO 33/1 ถึงกับโรคจิตมาก อยากไปทุกอาทิตย์ เพราะไม่รู้ว่าของดีๆจะเข้ามาเืมื่อไหร่ ผลพลอยได้ก็คือ ได้เดินเล่นแถวนั้นบ่อยๆ

Tepan ice

พิกัด เอมโพเรี่ยมชั้น6(ชั้นของกินนั่นแหละ)

ราคา 70-100นิดๆบาทไทย

tepan ice = ไอติมผัด จบครับทั่น

เคยกินแต่ไอติมผัดของฝรั่งไง พวก แมกกี้มู (ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นไอซ์สโตนแล้ว) ไม่ก็ ครีมฟัดจ์แฟคตอรี่( อันนี้ไม่ปลื้มอ้ะ ชอบแมกกี้มูมากกว่า ถูกกว่าด้วย)

อันนี้มาแนวญี่ปุ่นเลยทีเีดียว ก็มะ! ไม่ลองไม่รู้ชิืมิ

เท่าที่เห็นมีประมาณ4รส หรือไงนี่แหละ มี มัจฉะ(ชาเขียว) ซอย(นมถั่วเหลือง) แล้วก็ไม่แน่ใจอีก2อัน แต่เห้นสีชมพูๆน่าจะสตอเบอรี่ อีกรสนึงความจำดัีบสุดขีด

ข้าพเจ้าและผองเพื่อนตัดสินใจเลือก มัจฉะ ราคา 80 บาทไทย!

  หน้าตาขณะทำการผัด แบบว่างงมากว่าสรุปแล้วกระทะมันร้อนหรือเย็น เพราะตอนแรกบนกระทะมีน้ำแข็งเกาะ พอพี่เค้าเปิดเครื่องแล้วผัดๆ มันเริ่มละลาย....ป่อย ไม่ชอบไอติมละลายนะตัว

สักพักนึงก็ทิ้งไว้ให้เย็น ตักๆใส้่ถ้วย เครื่องเคียงประกอบด้วย วิปครีม ถั่วแดง แล้วก็โมจิ

 เป็นฉะนี้แล  กินกับเพื่อน3คน อร่อยดีครับ แต่รู้สึกว่าชาเขียวไม่เข้มข้นเท่าที่เคยกินของโอโตยะ แต่ราคาและปริมาณพอคบไหว

สรุปให้ 

 

 

 

และล่าสุดมาวันนี้ ไปสอบเข้าเรียนภาษาญี่ปุ่นที่สสท.ซอย29ก็เลยแว๊บไปก่อนเวลาเพื่อนชิมรสคัตสึด้งสักนิด เพราะตลอดทั้งอาทิตยืโหยหวนอาหารแจแปนนีสมาก

Ramentei

พิกัด สุขุมวิท33/1 เห็นว่ามีสาขาที่สีลมด้วยนะ

มาร้านราเมนแต่ดันเจือกสั่งคัตสึด้งซะงั้น

อาหารมาเร็วมาก พนักงานก็อย่างโปร ทุกอย่างไปไวมาไวเช็คบิลก็ไว ข้าพเจ้าสั่งแบบไม่เอาผักเพราะไม่กิน ขี้เีกียจเขี่ย เสียเวลากิน

หมูชิ้นใหญ่มาก หมายถึงมันตัดมาแล้วก็ยังใหญ่อยู่  แต่เว่อร์มากตรงที่กัดแล้วขาดทันที แปลกใจมากมาย เพราะฟันหน้าข้าพเจ้ามันอ่อนแอ(เนื่องจากเคยตกสแนด์ชั้น4ตอนประถม--เซ่อเอง)กัดอะไรแข็งๆไม่ได้+จัดฟันด้วย อันนี้แบบ โอ้วว เข้าใจแล้วว่าอาหารของอากิยามะจางมันเป็นเยี่ยงไร

รสชาดโดยรวมอร่อย...แต่เน้นไปที่รสหวาน อร่อยแซ่บแบบไม่ต้องเติมโชยุ ปกติไปกินตามร้านมันจะจืดๆต้องใส่โชยุนิดๆ แต่ร้านนี้ไ่ม่ต้อง

เสริ์ฟพร้อมกับน้ำซุปถ้วยน้อยและน้ำชาจีนเย็น(ฟรี!!)

และชอบมากๆ ตรงที่ no vat and no service charge

สรุปร้านนี้ให้

ติดดาวนึงตรงที่น้ำซุปไม่แซ่บและเคยกินราเมนแล้วไม่ค่อยประทับใจ

ปล.ขึ้นคลีนิคแล้วแบบว่า ปากคนมันยากกว่าหุ่นจำลองจริงๆล้วยยยย

 

หุ่นจำลองค้าบ...